Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SIRI บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

แสนสิริโชว์ฟอร์มแกร่งคาดกำไรไตรมาส 3 เติบโตโดดเด่นรับอานิสงส์ยอดโอนแนวราบพุ่ง

ไฮไลท์สำคัญ บล.ฟิลลิป (PST) ประเมินผลประกอบการของ บมจ.แสนสิริ (SIRI) ในไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) และไตรมาสก่อนหน้า (q-q) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ 1,150 ล้านบาท ได้แรงหนุนสำคัญจากการโอนโครงการแนวราบระดับพรีเมียมที่เปิดตัวใหม่และมียอดขายเข้ามาต่อเนื่อง พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับราคาพื้นฐานปี 2570 ขึ้นไปอยู่ที่ 1.65 บาทต่อหุ้น เจาะลึกผลประกอบการและปัจจัยขับเคลื่อน สำหรับไตรมาส 3/2569 คาดการณ์กำไรสุทธิ 1,150 ล้านบาท เติบโต +14.8% y-y และ +14.4% q-q โดยมีปัจจัยบวกจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวสู่ระดับปกติที่ 31-32% จากการปรับ Product mix ที่เน้นโครงการแนวราบระดับราคาสูง เช่น แบรนด์เศรษฐสิริและบุราสิริ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการโอนคอนโดมิเนียม 5 โครงการ รวมถึงมีกำไรพิเศษจากการร่วมทุน (JV) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และการขายคลังสินค้าเข้ากอง REIT รวมราว 210 ล้านบาท เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลประกอบการในไตรมาสนี้ ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ยอดขายรวมในไตรมาส 3 จะลดลงจากการปรับกลยุทธ์ลดการเปิดโครงการแนวสูงและหันมาเน้นแนวราบมากขึ้น แต่การเปลี่ยนผ่านนี้ส่งผลดีต่อกระแสเงินสดและการรับรู้รายได้ที่รวดเร็วขึ้นภายในไตรมาส ทั้งนี้ในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมียอดโอนรวม 2.5 หมื่นล้านบาท แม้ GPM จะได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากการทำโปรโมชันในช่วงครึ่งปีแรก แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพรวมกำไรยังคงรักษาเสถียรภาพไว้ได้ สรุปภาพรวมและราคาเป้าหมาย บล.ฟิลลิป มองว่าแสนสิริมีความโดดเด่นในการบริหารจัดการ GPM ให้กลับมาอยู่ในระดับปกติได้รวดเร็ว และแม้ในปี 2570 โครงการคอนโดมิเนียมที่จะครบกำหนดโอนอาจลดลงเมื่อเทียบกับปี 2569 แต่คาดว่าจะถูกชดเชยด้วยโครงการแนวราบที่ยังคงเติบโตได้ดี จึงประเมินราคาพื้นฐานปี 2570 ไว้ที่ 1.65 บาทต่อหุ้น อิงค่า P/E ที่ 7.5 เท่า พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีการจัดการด้านความยั่งยืน (ESG) ในระดับสูง