Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ITC บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ITC เดินหน้าขยายอาณาจักรธุรกิจขนมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ Phelps Pet Products ในสหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.3 พันล้านบาท) โดยใช้กระแสเงินสดภายในและเงินจากการ IPO เพื่อรุกตลาดขนมสัตว์เลี้ยงที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโดยรวม โดยคาดการณ์ว่าดีลนี้จะช่วยเพิ่มกำไรให้บริษัทในปี 2570 ได้ราว 200–250 ล้านบาท หรือคิดเป็นส่วนเพิ่ม 5–7% ของกำไรเดิม วิเคราะห์จากโบรกเกอร์ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 21.60 บาท ซึ่งรวมมูลค่าเพิ่มจากการเข้าซื้อกิจการแล้วประมาณ 1-1.20 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ วิธีคิดของฝ่ายวิจัยอ้างอิงจากการประเมิน Synergy ที่จะเกิดขึ้นจากการขยายฐานลูกค้าและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว แม้ในระยะสั้นช่วงไตรมาส 4/2569 จะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมราว 60 ล้านบาทกดดันผลประกอบการอยู่บ้าง แต่คาดว่าผลกำไรจะเห็นภาพชัดเจนและเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม จากการวิเคราะห์พบว่า Phelps Pet Products มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 16.4% ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติของ ITC ที่ประมาณ 25% จึงอาจเป็น ปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของกลุ่มในระยะแรก อย่างไรก็ตาม จุดแข็งสำคัญคือฐานลูกค้าของ Phelps ที่ไม่ทับซ้อนกับ ITC ทำให้เกิดโอกาสในการขายผลิตภัณฑ์ข้ามฐานลูกค้า (Cross-selling) และการขยายเครือข่ายจัดจำหน่ายในสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว ความผันผวนของค่าเงินบาท และต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างปลาทูน่าและไก่ที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร สรุปภาพรวมการลงทุน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ ITC ในการสร้าง การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดสหรัฐฯ โดยบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากการใช้กระแสเงินสดภายในรองรับการลงทุน สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 15,062 ล้านบาท เติบโต 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขยายกิจการในระยะสั้น แต่ในระยะยาวการผนึกกำลังครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ