Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SAPPE บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

SAPPE ฟื้นตัวช้ากว่าคาด โบรกฯ ปรับลดเป้าหมายกำไรแต่ยังน่าสะสมรับปันผล

ไฮไลท์สำคัญ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ของ SAPPE อยู่ที่ 200 ล้านบาท เติบโต 6% จากไตรมาสก่อน และ 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายส่งออกที่เพิ่มขึ้น 6% YoY อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการฟื้นตัวของรายได้ยังทำได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยตัดสินใจปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ลง 10-11% เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงของสถานการณ์ปัจจุบัน เจาะลึกผลประกอบการและการปรับประมาณการ สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 ยอดขายเติบโต 16% YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยตลาดฟิลิปปินส์และอินเดียขยายตัวได้ดี ส่วนสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวจากประเด็นภาษีนำเข้า ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 44.5% จากผลของการประหยัดต่อขนาดและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการอัดฉีดกิจกรรมทางการตลาด ได้เข้ามาหักล้างผลบวกดังกล่าวบางส่วน ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 เหลือ 747 ล้านบาท (-4% YoY) และปี 2570 เหลือ 849 ล้านบาท (+14% YoY) ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/2569 อาจชะลอตัวลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลก่อนช่วงวันหยุดยาว แต่จะเติบโตได้สูงเมื่อเทียบ YoY จากฐานที่ต่ำในปี 2568 โดยมีประเด็นที่ต้องจับตาคือ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลักอย่างน้ำตาลและเม็ดพลาสติก PET รวมถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทที่อาจกระทบต่อรายได้ในต่างประเทศ นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มที่รุนแรงยังเป็นปัจจัยที่บริษัทต้องเร่งสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งเพื่อรักษาฐานลูกค้า สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2570 ลงเหลือ 32.00 บาท (จากเดิม 35.00 บาท) พร้อมคงคำแนะนำ “Trading” โดยมองว่า SAPPE ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ การจ่ายปันผลที่จูงใจคาดการณ์ที่ 5.8% ในปี 2569 และการขยายตลาดผ่านคู่ค้ารายใหม่ในอินโดนีเซียที่จะเริ่มกระจายสินค้าได้ในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะถัดไป