Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa HMPRO บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)

โฮมโปรเผยกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 โตตามเป้า ลุ้นฟื้นตัวช่วงสั้นจากความต้องการซ่อมบ้านหลังน้ำลด

ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานกำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,321 ล้านบาท เติบโต 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) แต่ปรับตัวลดลง 17% จากไตรมาสก่อน (q-q) ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 28.2% จากการบริหารจัดการต้นทุนและสัดส่วนสินค้า Private Brand ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 16.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% (y-y) แต่ถูกกดดันจากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอและผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงปลายไตรมาส มุมมองโบรกเกอร์และราคาเป้าหมาย ทางด้าน บล.กรุงศรี (KSS) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ของ HMPRO โดยคงคำแนะนำ "Neutral" และกำหนดราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 7.0 บาท (วิธีคิดแบบ DCF, WACC 7.3%, TG 1.5%) โดยมองว่าแม้บริษัทจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 40-45%) แต่การฟื้นตัวในระยะยาวยังมีความเสี่ยงจากกำลังซื้อที่เปราะบาง และแผนการขยายสาขาใหม่ที่จำกัดเพียง 3-4 แห่งต่อปี ทำให้ยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนพอที่จะปรับเพิ่มระดับราคาหุ้น (Re-rating) ในขณะนี้ ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวทั้ง (y-y) และ (q-q) เนื่องจากยอดขายสาขาเดิม (SSS) เริ่มกลับมาเป็นบวก 6-9% สำหรับโฮมโปร และมากกว่า 10% สำหรับเมก้าโฮม อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตเรื่องค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 20.6% จากค่าเสื่อมราคาและค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงสถานะทางการเงินที่ยังแข็งแกร่งด้วยอัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net Debt/Equity) อยู่ที่ 0.7 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป HMPRO ยังคงเป็นหุ้นที่เน้นการถือเพื่อรับเงินปันผล โดยบริษัทมีกำไรปกติ 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 4.32 พันล้านบาท คิดเป็น 73% ของประมาณการทั้งปี ทั้งนี้ปัจจัยบวกที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การฟื้นตัวของกำลังซื้อในภาพรวม และมาตรการกระตุ้นการบริโภคจากภาครัฐ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันให้กำไรปี 2570 กลับมาเติบโตได้ตามคาดการณ์ที่ 7% (y-y)