Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

SCGP โชว์กำไรไตรมาส 3/26 แกร่งตามคาด โบรกฯ มองอนาคตสดใสรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

สรุปภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3/26 อยู่ที่ 2,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้นโดดเด่นถึง 113% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้จะปรับตัวลดลง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยกำไรหลักอยู่ที่ 2,031 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทำได้ตามที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เจาะลึกปัจจัยหนุนและกดดันผลงาน ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของกำไรหลักในรอบปี ได้แก่ การฟื้นตัวของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (IPB) รวมถึง Fajar ธุรกิจเยื่อและกระดาษที่ปรับตัวดีขึ้น รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น และอัตราภาษีจ่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/26 ได้รับแรงกดดันจากธุรกิจ IPB และธุรกิจ Recycle ที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/26 ส่งผลให้กำไรหลักปรับตัวลดลงเล็กน้อยในเชิง QoQ มุมมองโบรกเกอร์และคำแนะนำการลงทุน บล.บัวหลวง (BLS) วิเคราะห์แนวโน้มไตรมาส 4/26 ว่ากำไรหลักมีโอกาส เติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ IPB และธุรกิจเยื่อกระดาษที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ บล.บัวหลวง คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 38 บาท พร้อมระบุว่ายังมีอัพไซด์เพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในภูมิภาคอาเซียนที่อาจเข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในระยะถัดไป บทสรุปทิศทางธุรกิจ โดยรวมแล้ว SCGP ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมั่นคง แม้จะมีความผันผวนของธุรกิจในบางส่วน แต่ภาพรวมการเติบโตยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ นักลงทุนควรจับตาดูผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะส่งผลบวกต่อความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในไตรมาส 4/26 ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนกำไรของบริษัทให้เป็นไปตามคาดการณ์