Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

SCGP โชว์กำไรไตรมาส 3 แข็งแกร่ง โบรกฯ มองไตรมาส 4 สดใสต่อเนื่อง เคาะเป้าหมาย 38 บาท

ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เติบโตโดดเด่น บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 113% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะปรับตัวลดลง 12% จากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPC) อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ 59 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน มุมมองโบรกเกอร์และการวิเคราะห์แนวโน้ม บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX) วิเคราะห์ว่าผลการดำเนินงานของ SCGP ยังคงอยู่ในทิศทางที่ดี โดยคาดการณ์ว่า ผลประกอบการในไตรมาส 4/2569 จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จากการฟื้นตัวของธุรกิจเยื่อและกระดาษ โดยเฉพาะการดำเนินงานของ Fajar ในอินโดนีเซียที่ทำผลงานได้ดีขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจในเวียดนามและอินโดนีเซีย ทั้งนี้ โบรกเกอร์ได้คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 38.00 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่าที่สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในตลาดภูมิภาคเอเชีย ข้อสังเกตด้านการบริหารจัดการและต้นทุน แม้ว่าอัตรากำไร EBITDA จะปรับตัวลดลงเหลือ 16% จาก 18% ในไตรมาสก่อนหน้าจากแรงกดดันด้านต้นทุน แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดีผ่านการปรับราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจเยื่อและกระดาษ นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศ ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชดเชยค่าขนส่งและราคาพลังงานที่ผันผวนได้เป็นอย่างดี สรุปภาพรวมการลงทุน โดยรวมแล้ว SCGP ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเพื่อรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะในเวียดนามและตลาดส่งออกในเอเชีย ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการได้รับเรตติ้ง ESG ระดับ AAA สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน นักลงทุนจึงควรจับตาการฟื้นตัวของกำไรในไตรมาส 4 ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้