Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCGD บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)

SCGD โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 3/69 กำไรพุ่งพร้อมประกาศซื้อหุ้นคืนหนุนราคา

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิ 308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน และ 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากตลาดเวียดนามที่เติบโตโดดเด่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนด้วยการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) วงเงิน 1,200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น วิเคราะห์ผลประกอบการและการเติบโต โบรกเกอร์ Globlex ระบุว่าผลกำไรที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 10% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาพลังงาน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 28.1% ทั้งนี้ ตลาดเวียดนามกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ ซึ่งคิดเป็น 25% ของรายได้รวม 5,600 ล้านบาท โดย SCGD ประสบความสำเร็จในการเจาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับแมสและขยายการส่งออกไปยังมาเลเซียและฟิลิปปินส์ได้เป็นอย่างดี สำหรับราคาเป้าหมายปี 2570 โบรกเกอร์ Globlex แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคา 9.00 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าจาก P/E Ratio ที่ 9 เท่า ข้อสังเกตด้านการเงินและกลยุทธ์ ในด้านสถานะทางการเงิน SCGD มีความแข็งแกร่งมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (Net Debt to EBITDA) อยู่ที่ 1.2 เท่า และหนี้สินต่อทุน (Net Debt to Equity) เพียง 0.2 เท่า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้บริษัทสามารถประกาศซื้อหุ้นคืนได้ถึง 10% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้ว (สูงสุด 165 ล้านหุ้น) นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายกำลังการผลิตกระเบื้องพอร์ซเลนเพิ่มอีก 13 ล้านตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยชดเชยตลาด CLM ที่ชะลอตัวลงได้ สรุปภาพรวมการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่า SCGD เป็นหุ้นที่น่าสนใจในฐานะตัวแทนการเติบโตของตลาดเวียดนามและอาเซียน ด้วยความได้เปรียบด้านต้นทุนและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง (แบรนด์ COTTO) ผสมผสานกับการบริหารจัดการเงินทุนที่ยอดเยี่ยม ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว การประกาศซื้อหุ้นคืนในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงและเพิ่มมูลค่าให้กับหุ้นได้เป็นอย่างดี