2026-10-27T19:10:47+00:00 iaa BBGI บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) BBGI ลุ้นกำไรไตรมาส 3/69 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ รับอานิสงส์ธุรกิจเอทานอลโตเด่น ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ KGI ออกบทวิเคราะห์หุ้น BBGI โดยคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3/69 บริษัทจะสามารถทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 642 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (Record-high) โดยเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 585% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 33% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) พร้อมคงคำแนะนำ "Outperform" โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 9.10 บาท อ้างอิงค่า PE ที่ 7.0 เท่า ส่วนเนื้อหาการเติบโต ปัจจัยหนุนหลักมาจาก 2 ส่วนสำคัญ คือ 1) การไม่มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าจำนวน 174 ล้านบาทที่เคยบันทึกไว้ในไตรมาส 2/69 และ 2) ธุรกิจเอทานอลที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 22% YoY และ 25% QoQ มาอยู่ที่ 1,860 ล้านบาท จากราคาขายอ้างอิงที่ปรับตัวสูงขึ้น 15% QoQ และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 9% QoQ ตามความต้องการใช้แก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 ในประเทศที่ฟื้นตัว นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลบวกจากนโยบายภาครัฐที่อยู่ระหว่างพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตสำหรับ E20 และ B20 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและกระตุ้นความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในระยะยาว ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ธุรกิจเอทานอลจะสดใส แต่ในส่วนของธุรกิจไบโอดีเซลคาดว่ากำไรจะชะลอตัวลง QoQ เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวลงตามราคาผลพลอยได้ (กลีเซอรีน) ที่ลดลงจากระดับสูงในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายไบโอดีเซลยังคงเติบโตได้ 14% QoQ จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็น 105% สำหรับธุรกิจ SAF (Sustainable Aviation Fuel) แม้จะมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 35% QoQ แต่ผลกำไรส่วนใหญ่จะถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนจากสต็อกสินค้า ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความผันผวนของราคาและปริมาณการขายเอทานอลและไบโอดีเซล รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาโครงการ SAF และการด้อยค่าที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการก่อสร้างโรงงานเทคโนโลยีชีวภาพ ส่วนสรุป โดยรวม BBGI ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มพลังงานที่น่าจับตา โดยราคาหุ้นมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากกำไรไตรมาส 3/69 ที่คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ และนโยบายภาครัฐที่ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ดีเซล B7 แทน B5 ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยหนุนความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้นด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและภาระหนี้สินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ