Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KKP ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

KKP โชว์ฟอร์มแกร่งกำไร Q3 พุ่ง 43% โบรกฯ ชี้เป้า 130 บาท

ผลดำเนินงานโดดเด่นเกินคาด บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) รายงานผลประกอบการของธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ประจำไตรมาส 3/2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,388 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 43.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 12.5% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่ตลาดและหยวนต้าคาดการณ์ไว้ถึง 15.3% และ 6.6% ตามลำดับ โดยโบรกเกอร์คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 130 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วย Prospective PBV ที่ 1.6 เท่า ปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมและ NIM ความสำเร็จในไตรมาสนี้มาจากกำไรจากการดำเนินงานก่อนการตั้งสำรอง (PPOP) ที่โต 7.8% QoQ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่โต 4.1% QoQ จากสินเชื่อรวมที่ขยายตัว 0.6% และ NIM ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 4.0% จากการบริหารต้นทุนเงินฝากที่มีประสิทธิภาพ และ 2) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่โตแรง 25.2% QoQ โดยเฉพาะธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 123.5% QoQ จากงานที่ปรึกษาทางการเงินและการรับซื้อหลักทรัพย์ คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง ในส่วนของความเสี่ยงด้านหนี้เสีย KKP สามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้เป็นอย่างดี โดย ระดับหนี้เสีย (NPLs) ลดลงเหลือ 3.3% จากเดิม 3.4% ในไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ธนาคารสามารถรักษาระดับสำรองส่วนเกิน (Coverage Ratio) ให้อยู่ในระดับสูงที่ 154.7% โดยที่ไม่จำเป็นต้องเร่งตั้งสำรองเพิ่ม แม้จะมีการตั้งสำรองเผื่อผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมไปแล้วก็ตาม ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงของสถานะทางการเงินและวินัยในการบริหารจัดการหนี้ที่รัดกุม มุมมองการเติบโตในอนาคต หยวนต้าประเมินว่า KKP มีแนวโน้มการเติบโตที่สดใสจากการปรับโมเดลธุรกิจไปสู่ Wealth Management มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุน ROE ให้สูงขึ้นในระยะยาว สำหรับไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่มีโอกาสชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลและฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงผิดปกติในไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside สูงถึง 13.8% และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจถึง 6.1% ในปี 2570