Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ITC บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ITC เดินเกมรุกขยายฐานสหรัฐฯ ทุ่มงบซื้อกิจการ Phelps เสริมแกร่งพอร์ตขนมสัตว์เลี้ยง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LHS) ออกบทวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" หุ้น ITC โดยกำหนดราคาเป้าหมายที่ 19.50 บาทต่อหุ้น อ้างอิงค่า PER ที่ 17.11 เท่า (+1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี) พร้อมคาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่น่าสนใจประมาณ 5.8% โดยประเด็นสำคัญคือการเข้าซื้อกิจการ Phelps ในสหรัฐฯ มูลค่า 5,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้เงินสดและกระแสเงินสดจากการ IPO โดยไม่ก่อหนี้เพิ่ม เพื่อขยายธุรกิจสู่ตลาดขนมสุนัขพรีเมียมอย่างเต็มตัว ส่วนเนื้อหาการลงทุน การเข้าซื้อกิจการ Phelps ครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดย ITC จะได้รับโรงงานผลิตในสหรัฐฯ 2 แห่งที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) อยู่ที่ 50% ซึ่งรองรับการเติบโตได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ด้านผลประกอบการของ Phelps มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้โต 10% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ที่ 6.6% ทั้งนี้ ITC จะเริ่มรวมงบการเงินของ Phelps ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยปลดล็อก Synergy ผ่านการขายสินค้าข้ามฐานลูกค้า (Cross-selling) และการลดต้นทุนการผลิตร่วมกันในระยะยาว ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้การขยายธุรกิจจะเป็น ผลบวกต่อการเติบโตในระยะยาว แต่ในระยะสั้นบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็น ปัจจัยกดดันกำไรในช่วงแรก นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาปศุสัตว์และต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงความเสี่ยงจากโรคระบาดในสัตว์และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การที่ Phelps ใช้วัตถุดิบเนื้อไก่เป็นหลัก (กว่า 60% ของพอร์ต) ซึ่งมีความผันผวนต่ำกว่าปลาทูน่า จะช่วยกระจายความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบให้กับ ITC ได้เป็นอย่างดี ส่วนสรุป โดยรวมแล้ว LHS มองว่า ITC ยังคงมีแนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่องจากการคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการขยายพอร์ตสินค้าใหม่ๆ โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 3,444 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 3,777 ล้านบาทในปี 2570 การเข้าซื้อ Phelps ไม่เพียงแต่ช่วยขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ แต่ยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าประเภท Air-dried, Jerky และ Chewy Treat ซึ่งเป็นกลุ่มพรีเมียมที่ตลาดมีความต้องการสูง จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนทั้งจากการเติบโตของราคาหุ้นและเงินปันผล