Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin MST บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

MST กำไร Q3/2569 พุ่ง 85% รับอานิสงส์มูลค่าซื้อขายตลาดหุ้นคึกคัก

รายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมหนุนผลงานโตเด่น สวนทางรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงตามภาวะตลาด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 118.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.75 ล้านบาท หรือเติบโต 85.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขยายตัวของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ตามมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตโดดเด่น ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจหลักท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความเคลื่อนไหวมากขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 3/2569 คือ "การฟื้นตัวของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์" ซึ่งสอดคล้องโดยตรงกับปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 45,278.88 ล้านบาท/วัน ในปีก่อน มาอยู่ที่ 77,454.79 ล้านบาท/วัน ในไตรมาสนี้ หรือเพิ่มขึ้นถึง 71.06% ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 101.77 ล้านบาท (+45.53%) นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก "รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ" ที่เติบโตสูงถึง 1.2 เท่า (เพิ่มขึ้น 43.33 ล้านบาท) โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น 29.99 ล้านบาท รวมถึงรายได้จากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และค่าที่ปรึกษาทางการเงินที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นรายได้ที่มีลักษณะเป็นค่าธรรมเนียม (Non-NII) ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากรายได้ค่านายหน้าเพียงอย่างเดียว ในส่วนของความต่อเนื่องนั้น ปัจจัยด้านรายได้ค่านายหน้ามีลักษณะ "ผันแปรตามสภาวะตลาด (Market-driven)" ซึ่งขึ้นอยู่กับมูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์เป็นสำคัญ หากปริมาณการซื้อขายในตลาดคงระดับความคึกคักไว้ได้ รายได้ส่วนนี้ก็มีโอกาสต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง 20.93% จากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากสะท้อนถึงความต้องการใช้สินเชื่อเพื่อการลงทุนที่ลดลงหรือการปรับตัวของพอร์ตสินเชื่อบริษัทฯ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: ไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 118.87 ล้านบาท (+85.40% YoY) และงวด 9 เดือนปี 2569 อยู่ที่ 377.57 ล้านบาท (+90.69% YoY) รายได้ค่านายหน้า: เพิ่มขึ้น 37.07% ในไตรมาส 3 โดยเฉพาะค่านายหน้าหุ้นที่โตถึง 45.53% ตามมูลค่าซื้อขายตลาดที่เพิ่มขึ้น 71.06% รายได้ค่าธรรมเนียม: เติบโตโดดเด่น 1.2 เท่า (80.51 ล้านบาท) โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมขายหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 30 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ย: ลดลง 20.93% ในไตรมาส 3 และลดลง 31.25% ในงวด 9 เดือน สะท้อนรายได้จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่ลดลง ค่าใช้จ่าย: รวมเพิ่มขึ้น 12.25% หลักๆ มาจากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น 58.75 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานของ MST ในไตรมาส 3/2569 สะท้อนถึงการปรับตัวตามทิศทางตลาดทุนที่ฟื้นตัว โดยรายได้รวมส่วนใหญ่เติบโตจากธุรกิจนายหน้าและธุรกิจจัดการกองทุน แม้ว่ารายได้จากดอกเบี้ยจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ช่วยสนับสนุนให้กำไรสุทธิเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โอกาส การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุนและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการขยายฐานรายได้ที่ไม่ใช่ค่านายหน้า (Non-NII) ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาเพียงรายได้จากการเทรดหุ้นเพียงอย่างเดียว และสร้างความยั่งยืนให้กับกระแสรายได้ของบริษัทฯ ในระยะยาว ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ รวมถึงการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากพอร์ตสินเชื่อ Margin ไม่มีการขยายตัว สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาส 4 การรักษาฐานรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุนให้เติบโตต่อเนื่อง การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ แนวโน้มความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) ของนักลงทุน รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจหลักทรัพย์) บริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ที่ชัดเจน โดยรายได้ค่านายหน้าหุ้นเพิ่มขึ้น 45.53% ในขณะที่รายได้ค่านายหน้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ลดลง 25.51% สะท้อนพฤติกรรมนักลงทุนที่หันมาเน้นการซื้อขายหุ้นรายตัวมากกว่าอนุพันธ์ ในด้านต้นทุน บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลงได้ 16.11 ล้านบาท และลดผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ลง 2.48 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงทั้งในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรสุทธิ แม้ว่าจะมีภาระค่าใช้จ่ายด้านพนักงานเพิ่มขึ้นก็ตาม สรุปท้าย MST โชว์ฟอร์มแกร่งในไตรมาส 3/2569 ด้วยกำไรที่โตเกือบเท่าตัวจากปัจจัยหนุนด้านมูลค่าซื้อขายในตลาดหุ้นที่ฟื้นตัวแรง แม้รายได้ดอกเบี้ยจะลดลง แต่การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการช่วยชดเชยและสร้างสมดุลให้ผลประกอบการได้เป็นอย่างดี นักลงทุนควรจับตาความยั่งยืนของมูลค่าซื้อขายในตลาดและทิศทางพอร์ตสินเชื่อ Margin ในไตรมาสถัดไป