Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SYNEX บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

SYNNEX โชว์ศักยภาพแกร่ง โบรกฯ มองอนาคตสดใส เคาะราคาเป้าหมาย 11.70 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มเทคโนโลยี โดยนักวิเคราะห์จาก FSSIA ได้คงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2567 ไปอยู่ที่ 11.70 บาท โดยมองว่าระดับราคาปัจจุบันมี Margin of Safety ที่เหมาะสม และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าดึงดูดถึง 5.7% ต่อปี เจาะลึกทิศทางธุรกิจและการเติบโต นักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรสุทธิของ SYNEX จะเติบโตเฉลี่ย 10.6% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2569-2571 โดยในปี 2569 คาดกำไรจะเติบโตโดดเด่นถึง 18.7% จากการขยายตัวของยอดขายสินค้าไอทีเชิงพาณิชย์และการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้จะเผชิญความท้าทายจากเทรนด์ผู้ผลิตขายตรงสู่ผู้บริโภค (V2C) แต่บริษัทได้ปรับตัวเชิงรุกผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) การสร้างระบบนิเวศมือถือ (Mobile Ecosystem) เพื่อรองรับการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ 2) การมุ่งเน้นสินค้าไอทีเชิงพาณิชย์ที่มีอัตรากำไรสูง และ 3) การขยายสู่ธุรกิจใหม่ เช่น โซลาร์เซลล์และบริการคลาวด์ ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม ในส่วนของผลประกอบการรายไตรมาส คาดว่ากำไรหลักในไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 199 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (y-y) โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายกลุ่มไอทีเชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การฟื้นตัวของตลาด PC ที่ล่าช้ากว่าคาด, รอบการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่ช้าลง และความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรได้ แต่ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและแนวโน้มหนี้สินต่อทุน (Net D/E) ที่มีทิศทางลดลง ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นสูงในการดำเนินงาน บทสรุปการลงทุน FSSIA วิเคราะห์ว่า SYNEX มีความน่าสนใจด้วยมูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง (Undemanding Valuation) โดยซื้อขายที่ P/E ปี 2570 เพียง 9.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ทั้งนี้ การปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงและการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างมืออาชีพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในระยะยาว พร้อมทั้งยังคงรักษาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอให้กับผู้ถือหุ้นได้เป็นอย่างดี