Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

SCGP โชว์แกร่งคุมต้นทุนอยู่หมัด โบรกฯ มองเป็นจังหวะสะสมรับการเติบโตในเวียดนาม

แนวโน้มผลประกอบการและการเติบโต บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX) วิเคราะห์แนวโน้มบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP โดยประเมินว่าแม้ผลประกอบการในไตรมาส 3/2569 อาจดูชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่จะเป็นฐานที่แข็งแกร่งเพื่อก้าวสู่การเติบโตที่โดดเด่นในไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องถึงปี 2567 โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจาก ความสามารถในการควบคุมต้นทุนที่เหนือชั้น และการฟื้นตัวของความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในตลาดหลัก ทั้งไทย อินโดนีเซีย และโดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งถือเป็นดาวเด่นที่มีการเติบโตของ GDP สูงต่อเนื่อง ทั้งนี้ โบรกเกอร์คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 38 บาทต่อหุ้น ซึ่งประเมินจากมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EV/EBITDA) ที่ระดับ 9 เท่าของปี 2569 เจาะลึกสถานะทางการเงินและประสิทธิภาพการทำกำไร ในไตรมาส 3/2569 คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิประมาณ 1.9 พันล้านบาท แม้จะลดลงจาก 2.3 พันล้านบาทในไตรมาส 2/2569 แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไร EBITDA ของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPC) ไว้ได้ที่ 19% แม้จะเผชิญกับต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 14% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้เป็นผลมาจาก กลยุทธ์การจัดหาวัตถุดิบเศษกระดาษ (RCP) ภายในประเทศถึง 60% ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าถึง 10-15% นอกจากนี้ ธุรกิจ Fajar ในอินโดนีเซียยังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 0.3 พันล้านบาทในไตรมาส 3/2569 จาก 0.2 พันล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ปริมาณการขายในไตรมาส 3/2569 จะทรงตัว แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการมาร์จิ้นได้ดีเยี่ยมผ่านการปรับปรุงโมเดลธุรกิจและการขยายฐานการผลิต อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือความผันผวนของต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่อาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น แต่เชื่อมั่นว่าด้วยความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจจะช่วยให้บริษัทผ่านพ้นความท้าทายนี้ไปได้ นอกจากนี้ การที่บริษัทมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงและมีการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตโดดเด่นถึง 83.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป บล.โกลเบล็ก มองว่า SCGP เป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจในฐานะตัวแทนการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม (Vietnam’s proxy) ที่มีความยั่งยืน โดยราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside สูงถึง 31% จากราคาเป้าหมาย 38 บาท นักลงทุนสามารถใช้จังหวะนี้เข้าสะสมเพื่อรอรับการฟื้นตัวของผลประกอบการที่จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไตรมาส 4/2569 จนถึงปี 2567 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและการฟื้นตัวของความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในระดับภูมิภาค