Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PRM บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)

พริมา มารีน โชว์ฟอร์มแกร่งรับกำไร 3Q26 โตต่อเนื่อง พร้อมเคาะเป้าหมาย 11.40 บาท

โมเมนตัมกำไรแข็งแกร่ง หนุนด้วยกองเรือและบริหารจัดการต้นทุน โบรกเกอร์ InnovestX ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น PRM โดยประเมินว่าบริษัทมีแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง คาดการณ์กำไรสุทธิใน 3Q26F จะอยู่ที่ 583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% YoY และ 5.9% QoQ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการใช้กองเรือ FSU และ COC ได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลง และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากรายได้กว่า 70% อยู่ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าเงินบาทได้เป็นอย่างดี เจาะลึกภาพรวมธุรกิจและการเติบโตในอนาคต ในส่วนของธุรกิจเรือขนส่งสารเคมี (PCT) มีการขยายกองเรือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกำไรในส่วนนี้ยังถูกจำกัดด้วยสัญญาแบบ Spot rate แทนที่จะเป็นสัญญาเช่าเหมาลำระยะยาว (Time charter) ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า สำหรับแนวโน้มใน 4Q26 คาดว่าจะมีการชะลอตัวลงชั่วคราวจากการนำเรือเข้าอู่ซ่อมบำรุงตามแผนงาน เพื่อเตรียมความพร้อมของกองเรือให้มีความยืดหยุ่นและรองรับการเติบโตในปี 2027 ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ InnovestX คงคำแนะนำ OUTPERFORM โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 11.40 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าอิง EV/EBITDA ที่ 5.4 เท่า (-0.5 SD) ข้อสังเกตและปัจจัยที่ควรติดตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ความต้องการใช้น้ำมันที่อาจลดลงซึ่งจะกระทบต่อธุรกิจเรือขนส่งและเรือสนับสนุนงานนอกชายฝั่ง รวมถึงความผันผวนของราคาน้ำมันและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ การชะลอตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศอาจส่งผลต่อความต้องการใช้น้ำมันอากาศยาน อย่างไรก็ตาม PRM มีโครงสร้างฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และกระแสเงินสดที่มีความยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนการลงทุนและการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง สรุปภาพรวมการลงทุน โดยรวมแล้ว PRM ถือเป็นหุ้นที่มีการผสมผสานอย่างลงตัว ระหว่างการเติบโตของกำไรที่มีเสถียรภาพและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้น โดยคาดการณ์ว่าเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2026 จะสูงกว่าปี 2025 และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจในระดับเกือบ 7% ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในระยะยาว