Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

KTB โชว์กำไรไตรมาส 3/69 แกร่งเกินคาด โบรกฯ มองอนาคตสดใสเคาะเป้า 47 บาท

ผลประกอบการไตรมาส 3/69 โดดเด่น ธนาคารกรุงไทย (KTB) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ด้วยกำไรสุทธิ 1.26 หมื่นล้านบาท แม้จะลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ถือว่า เติบโตขึ้น 4% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และทำได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) คาดการณ์ไว้ถึง 10% โดยมีปัจจัยบวกสำคัญจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการตั้งสำรองที่ต่ำกว่าคาด รวมถึงกำไรจากการประเมินมูลค่าทางการตลาดของเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น เจาะลึกสถานะทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์ ในส่วนของสินเชื่อมีการเติบโตที่ 10% YoY และ 1% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อหน่วยงานภาครัฐและสินเชื่อรายย่อย สำหรับอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.48% ซึ่งเป็นไปตามประมาณการ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ถือว่า ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 201.8% ณ สิ้นไตรมาส 3/69 สะท้อนถึงความระมัดระวังในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง ข้อสังเกตและแนวโน้มการดำเนินงาน นักวิเคราะห์จาก BLS ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ผลประกอบการไตรมาส 3 จะออกมาดี แต่คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 4/69 อาจปรับตัวลดลงอยู่ที่ประมาณ 1.0 หมื่นล้านบาท (ลดลง 7% YoY และ 20% QoQ) เนื่องจากผลกระทบจากกำไรจากการประเมินมูลค่าเครื่องมือทางการเงินที่คาดว่าจะลดลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่อาจสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมปี 2569 คาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 4.63 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2570 สู่ระดับ 5.01 หมื่นล้านบาท จากการขยายตัวของสินเชื่อและการตั้งสำรองที่ลดลง สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.บัวหลวง (BLS) คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 47.00 บาท ซึ่งประเมินจากอัตราส่วน PBV ปี 2570 ที่ 1.2 เท่า และคาดการณ์ ROE ที่ 10.4% นอกจากนี้ยังมีความน่าสนใจในแง่ของเงินปันผล โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2570 จะอยู่ที่ประมาณ 6% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นธนาคารที่มีพื้นฐานมั่นคง