Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

KTB โชว์ฟอร์มแกร่งรับกำไรไตรมาส 3 ตามคาด โบรกฯ ชี้เป้าปี 67 สดใส

ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi) ได้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของธนาคารกรุงไทย (KTB) ในไตรมาส 3/2569 โดยระบุว่ามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 12.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้จะปรับตัวลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ได้รับผลกระทบจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวลดลง และกำไรจากการขายเงินลงทุนที่ลดลง แต่ในภาพรวมถือว่ามีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากกำไรของเครื่องมือทางการเงินและสำรองหนี้ที่ลดลง โดยมี NPL ratio ทรงตัวอยู่ที่ 2.9% และมีระดับ Coverage ratio ที่แข็งแกร่งถึง 205.3% แนวโน้มการเติบโตและมุมมองการลงทุน สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ขยายตัว โดยโบรกเกอร์พายได้ให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น KTB โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2570 ไว้ที่ 50.00 บาท ซึ่งใช้วิธีการประเมินแบบ GGM (ROE 10.5%, Terminal growth 2%) อิงกับ 1.4x PBV’27E ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากำไรในปี 2569 จะเติบโตราว 1% และจะเร่งตัวขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 5% ในปี 2570 จากการขยายตัวของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth Management ที่เติบโตต่อเนื่อง ข้อสังเกตด้านการเงินและเงินปันผล จุดที่น่าสนใจคือ KTB มีความแข็งแกร่งของเงินกองทุนในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ ROE อยู่ในระดับ 2 หลักที่ 10.4% ในปี 2569 และ 10.5% ในปี 2570 ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ นอกจากนี้ แม้จะคงสมมติฐานการจ่ายเงินปันผลตามนโยบายปกติ แต่โบรกเกอร์มองว่า KTB มีศักยภาพเพียงพอที่จะจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติมได้ โดยคาดการณ์ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2569-2570 ไว้ที่ประมาณ 4.8% - 5.0% (ไม่รวมเงินปันผลพิเศษ) สรุปภาพรวม โดยสรุป KTB ยังคงเป็นหุ้นธนาคารที่มีความมั่นคงสูงด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ แม้ในระยะสั้นจะเผชิญกับแรงกดดันจาก NIM ที่อ่อนตัวลงตามวัฏจักรอัตราดอกเบี้ย แต่การเติบโตของสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อรายย่อยจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต การที่ธนาคารมีระดับเงินกองทุนที่เพียงพอและมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนในปี 2570 ทำให้ KTB เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะยาว