Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCB บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)

SCB เผยกำไร 3Q69 ชะลอตัวจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย พร้อมคุมเข้มสินเชื่อรายย่อย

สรุปภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 3/2569 บริษัท เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ SCB ในไตรมาส 3/2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ที่ปรับตัวลดลงจากผลกระทบของพอร์ตตราสารหนี้ตามภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรวมมีการเติบโตเล็กน้อยที่ 0.2% QoQ โดยเน้นการขยายตัวในกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ ในขณะที่สินเชื่อรายย่อยและ AutoX ยังคงชะลอตัวเนื่องจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดเพื่อควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ วิเคราะห์เจาะลึกสถานะทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์ ในด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย 0.5% QoQ โดยมี NIM เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.07% จาก Yield on loan ที่ฟื้นตัวตามวงจรดอกเบี้ย ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ แม้ Credit cost จะลดลงมาอยู่ที่ 1.4% จาก 1.6% ในไตรมาสก่อน แต่ยังคงมีความท้าทายจาก NPL ของ AutoX ที่เพิ่มขึ้นเป็น 13.2% ส่งผลให้ธนาคารต้องเพิ่ม Coverage ratio ขึ้นเป็น 154% เพื่อรองรับความเสี่ยง ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า Cost to income ratio ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 42.5% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลดลงช้ากว่ารายได้ ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์ในบางกลุ่มยังไม่เสถียร ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน ฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส ให้คำแนะนำ "Trading" โดยกำหนดราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 160 บาท อ้างอิงวิธี GGM (ROE 9%) ที่ระดับ PBV 1.1 เท่า โดยมองว่าการเติบโตของกำไรในไตรมาส 4/2569 อาจชะลอตัวลงจากค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การลดลงของ NIM ที่หากลดลงทุกๆ 10 bps จะกระทบกำไรสุทธิราว 7% รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่หาก Credit cost เพิ่มขึ้นทุก 0.1% จะกระทบกำไรสุทธิราว 5% โดยในกลุ่มธนาคาร ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนไปที่ KTB และ KBANK มากกว่า เนื่องจากมีกันชนรองรับความเสี่ยงที่แข็งแกร่งกว่า สรุปสถานะการดำเนินงาน โดยรวม SCB ยังคงเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและ AutoX แม้ว่า NIM จะเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้นก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 3.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 77% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อควบคุมระดับ NPL และเตรียมตั้ง JV AMC ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการหนี้เสีย