2026-10-21T19:14:20+00:00 iaa KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) KBANK โชว์กำไรไตรมาส 3/26 แกร่งเกินคาด พร้อมคงคำแนะนำซื้อเป้าหมาย 265 บาท สรุปภาพรวมผลการดำเนินงาน บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย (FSSIA) รายงานผลประกอบการของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ในไตรมาส 3/26 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.27 หมื่นล้านบาท แม้จะปรับตัวลดลง 4.0% จากไตรมาสก่อน และ 2.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถือว่า ผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ 2% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 4% โดยได้รับแรงกดดันจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลงและการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง เจาะลึกปัจจัยบวกและลบต่อผลประกอบการ ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) อยู่ที่ 3.16 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อนแต่ลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนตามวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ปรับตัวลดลง 12.6% จากไตรมาสก่อนจากกำไร FVTPL และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง อย่างไรก็ตาม จุดเด่นที่สำคัญคือการเติบโตของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาสก่อน และ 3.6% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากสินเชื่อองค์กร นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ได้ดีขึ้นจากการนำ AI มาใช้ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost-to-income ratio) ในช่วง 9 เดือนแรกของปีลดลงเหลือ 40.8% ข้อสังเกตด้านคุณภาพสินทรัพย์และการตั้งสำรอง ธนาคารยังคงดำเนินนโยบายการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง โดยมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 3.1% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 1.03 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ Credit cost อยู่ที่ 1.61% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารที่ 1.4-1.6% ด้านคุณภาพสินทรัพย์ถือว่ายังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้เสีย (NPL ratio) ทรงตัวอยู่ที่ 3.18% และ มีการเพิ่มอัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage ratio) ขึ้นเป็น 177.9% สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินที่สูงขึ้น มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี แม้คาดว่ากำไรในไตรมาส 4/26 อาจชะลอตัวลงตามปัจจัยฤดูกาลที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปีถือว่าทำได้ดีโดยคิดเป็น 87% ของประมาณการทั้งปี ทางโบรกเกอร์ FSSIA จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 265 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี P/BV ที่ 1.04 เท่า โดยมองว่าการเติบโตของสินเชื่อที่เกินเป้าหมายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในอนาคต