Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ERW บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ERW กำไร Q3/69 สดใสแต่ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ดิเอราวัณกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ถูกโบรกเกอร์ Phillip Securities (Thailand) วิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 โดยคาดการณ์กำไรหลักจะเติบโตโดดเด่นที่ 118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.5% จากไตรมาสก่อน และ 109.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนการเติบโตไปมากแล้ว จึงคงคำแนะนำ “ขาย” ที่ราคาพื้นฐาน 3.30 บาทต่อหุ้น วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยหนุน การเติบโตของกำไรในไตรมาส 3/2569 ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ธุรกิจโรงแรมที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงความสามารถในการปรับเพิ่มค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) โดยคาดว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 1,916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อน แม้อัตราการเข้าพัก (Occ. Rate) จะปรับลดลงเล็กน้อย 1% แต่กลยุทธ์การบริหารราคาที่เหมาะสมช่วยผลักดันให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เติบโตได้ 7.0% นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นสู่ 40.7% และมีการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 29.2% ข้อสังเกตและเงื่อนไขการเติบโต นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าเป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่บริษัทตั้งไว้เติบโต 6% นั้นถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย โดยหากต้องการให้เป็นไปตามประมาณการที่โบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ที่ 8% บริษัทจะต้องเร่งสร้างการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังให้ได้เฉลี่ย 11% ต่อไตรมาส ทั้งนี้ แม้ธุรกิจโรงแรมจะมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ปัจจัยเรื่องราคาหุ้นที่ซื้อขายสูงกว่ามูลค่าพื้นฐาน และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ไม่จูงใจเพียงพอ ทำให้ความน่าสนใจในการเข้าลงทุนลดลง สรุปภาพรวมการลงทุน Phillip Securities ยังคงมุมมองเชิงระมัดระวังต่อ ERW โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานไว้ที่ 3.30 บาทต่อหุ้น ณ สิ้นปี 2569 แม้ผลประกอบการจะมีทิศทางเป็นบวก แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาสะท้อนความคาดหวังของตลาดไปมากแล้ว ทำให้ Upside ของหุ้นมีจำกัด นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ความไม่แน่นอนทางการเมือง และปัจจัยด้านฤดูกาลที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในอนาคต