Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

BBL โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 3 แม้ค่าใช้จ่ายไอทีพุ่ง แต่พื้นฐานยังแน่น

ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 โบรกเกอร์ FSSIA รายงานผลประกอบการของธนาคารกรุงเทพ (BBL) ในไตรมาส 3/2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 4-5% สาเหตุหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด เนื่องจากการปรับแผนการบันทึกค่าใช้จ่ายด้านไอทีให้เร็วขึ้น เพื่อเลี่ยงการกระจุกตัวของต้นทุนในช่วงไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมถือว่าธนาคารยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง เจาะลึกปัจจัยบวกและการเติบโต จุดเด่นที่สำคัญในไตรมาสนี้คือการฟื้นตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อ (Loan Yield) ที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 3.76% นอกจากนี้ สินเชื่อยังมีการเติบโต 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือเป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มลูกค้าองค์กรและธุรกิจระหว่างประเทศ ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.50% ข้อสังเกตด้านคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุน ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ถือว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3.2% จาก 3.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการหนี้และการชำระคืนของลูกค้า รวมถึงการตั้งสำรองที่ยังคงความแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) ที่สูงถึง 322.1% สำหรับอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 50.4% และคาดว่าตลอดทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 49% สรุปคำแนะนำการลงทุน FSSIA ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น BBL โดยคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 240 บาทต่อหุ้น ซึ่งประเมินจากปัจจัยพื้นฐานที่มั่นคงและการเติบโตของสินเชื่อที่ทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ธนาคารวางไว้ที่ 2-3% โดยมองว่าผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปีคิดเป็น 69% ของประมาณการทั้งปี และคาดว่า NIM จะยังคงรักษาเสถียรภาพอยู่ในกรอบ 2.4-2.5% ได้ตลอดทั้งปีนี้