Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KTC บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

KTC เผยกำไร Q3/26 โตแกร่ง YoY โบรกฯ แนะถือรับปันผลต่อเนื่อง

สรุปภาพรวมผลการดำเนินงาน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เติบโต 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ปรับตัวลดลง 5% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราภาษีจ่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรที่ลดลงในรายไตรมาสเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและสำรองหนี้สูญที่เพิ่มสูงขึ้น มุมมองโบรกเกอร์และคำแนะนำการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย (PI) ออกบทวิเคราะห์คงคำแนะนำ “ถือ” โดยกำหนดมูลค่าพื้นฐานที่ 38.50 บาท ซึ่งคำนวณด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 17.5%, Long term growth 2%) โดยมองว่า KTC มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำเพียง 1.3 เท่า ทำให้บริษัทสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ไว้ที่ 5.4% ในปี 2569 และ 5.5% ในปี 2570 ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า NPL ratio ทรงตัวอยู่ที่ 1.9% แต่มีความท้าทายจากหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกหนี้ตามสัญญาเช่า ส่งผลให้ Credit cost ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 543 bps ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ในปี 2570 คาดว่าการเติบโตของกำไรจะชะลอตัวเหลือเพียง 2% YoY เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันในตลาดสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตที่รุนแรงขึ้นจากการเข้ามาของธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) รวมถึงเกณฑ์การปรับอัตราจ่ายคืนขั้นต่ำของ ธปท. ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อ บทสรุปแนวโน้มปี 2569-2570 สำหรับภาพรวมตลอดปี 2569 โบรกเกอร์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องได้ 10.5% YoY จากรายได้ดอกเบี้ยที่ขยายตัวและการบริหารจัดการสำรองหนี้ฯ ที่มีประสิทธิภาพ โดย KTC ยังคงมี Coverage ratio ที่แข็งแกร่งในระดับสูงกว่า 400% ซึ่งช่วยรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามกลยุทธ์การปรับตัวของบริษัทในปี 2570 เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมทางการเงิน