Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa QH บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

KGI เตือน QH เผชิญมรสุมยอดขายทรุดหนัก คงคำแนะนำ Underperform

สถานการณ์ยอดขายและกำไรไตรมาส 3/2569 บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในการดำเนินงาน โดยโบรกเกอร์ KGI คาดการณ์ว่ายอดขายรอรับรู้รายได้ (Presales) ในไตรมาส 3/2569 จะดิ่งลงเหลือเพียง 940 ล้านบาท ลดลงถึง 58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 36% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบที่อ่อนแอ ประกอบกับการขาดแคลนแคมเปญส่งเสริมการขายที่ดึงดูดใจสำหรับโครงการ Q Sukhumvit ส่งผลให้ยอดขายรวม 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 51% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 7.2 พันล้านบาทเท่านั้น มุมมองโบรกเกอร์และราคาเป้าหมาย ทางด้าน KGI ได้วิเคราะห์ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 386 ล้านบาท ลดลง 20% YoY และ 16% QoQ โดยได้รับแรงกดดันจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ชะลอตัวและอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 22% นอกจากนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายนยังเป็นปัจจัยลบที่ซ้ำเติมการโอนกรรมสิทธิ์และการรับรู้รายได้ ทั้งนี้ KGI คงคำแนะนำ "Underperform" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 1.15 บาท โดยมีวิธีคิดจากการประเมินมูลค่าที่ยังคงพึ่งพาผลกำไรจากส่วนแบ่งเงินลงทุนเป็นหลัก เนื่องจากผลการดำเนินงานหลัก (EBT) ยังคงมีแนวโน้มติดลบ ข้อสังเกตด้านการบริหารจัดการและหนี้สิน กลยุทธ์หลักของ QH ในขณะนี้คือการเร่งระบายสินค้าคงเหลือที่มีมูลค่าสูงถึง 3.66 หมื่นล้านบาท (แบ่งเป็นแนวราบ 3.07 หมื่นล้านบาท และคอนโดมิเนียม 5.9 พันล้านบาท) แทนการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งการเน้นทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรให้ลดลงจาก 32% ในปี 2567 เหลือเพียง 22% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องพึ่งพาผลกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพื่อประคองกำไรสุทธิเอาไว้ ในขณะที่แนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะยังคงอ่อนแอเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป QH ยังคงอยู่ในช่วงที่ต้องเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ทั้งหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของรายได้หลัก นักลงทุนควรระมัดระวังเนื่องจากกำไรของบริษัทในอนาคตยังคงมีความเสี่ยงที่จะพึ่งพาเพียงรายได้จากส่วนแบ่งเงินลงทุนเป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลักยังคงถูกกดดันจากภาวะตลาดที่ซบเซาและอัตรากำไรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง