Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ERW บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ERW รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว โบรกฯ ปรับเป้าหมายราคาขึ้นรับกำไรโต

ผลประกอบการเติบโตโดดเด่น บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ได้รับการวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ FSSIA ว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 111 ล้านบาท เติบโต 33% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่ปรับตัวสูงขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง นอกจากนี้ยังมีโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการเคลมประกันภัยเหตุแผ่นดินไหวปีก่อนอีกราว 64 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอาจพุ่งสูงถึง 175 ล้านบาท กลยุทธ์การลงทุนและเป้าหมายราคา โบรกเกอร์ FSSIA ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ ERW ขึ้นเป็น 4.36 บาท (จากเดิม 4.20 บาท) โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าแบบ DCF (Discounted Cash Flow) พร้อมคงคำแนะนำ "BUY" เนื่องจากมองว่ามูลค่าหุ้นยังมีความน่าสนใจ โดยคาดการณ์ว่ากำไรปกติในปี 2569 จะเติบโตต่อเนื่อง 14% และเพิ่มขึ้นอีก 7% ในปี 2567 แรงขับเคลื่อนหลักมาจากความต้องการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น การจัดงาน MICE ขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และพัทยา รวมถึงการขยายพอร์ตโรงแรม Hop Inn อย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่มีข้อสังเกตเรื่องอัตราการเข้าพัก (OCC) ที่อาจทรงตัวในไตรมาส 3/2569 ท่ามกลางความต้องการในกลุ่มโรงแรมระดับกลางและประหยัดในอินเดียที่ยังชะลอตัว อย่างไรก็ตาม โรงแรมระดับหรูยังคงได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวจีน สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง สำหรับสถานะทางการเงิน บริษัทมีแผนลดหนี้สินอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt/Equity) จะลดลงเหลือ 121.6% ในปี 2569 และลดลงต่อเนื่องสู่ 99.5% ในปี 2571 ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและการบริหารจัดการเงินลงทุนที่ดี สรุปภาพรวมการเติบโต โดยสรุป ERW ถือเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ด้วยโมเดลธุรกิจที่เน้นความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน (Asset-heavy) ทำให้ได้รับผลบวกเต็มที่เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การขยายธุรกิจ Hop Inn ให้ครอบคลุมมากกว่า 150 แห่งภายในปี 2573 จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ที่จะประกาศในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของแนวโน้มการเติบโตตามที่โบรกเกอร์คาดการณ์ไว้