2026-10-21T17:20:19+00:00 fin KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTB กำไรสุทธิ Q3/2569 แตะ 12,582 ล้านบาท รับแรงหนุนสินเชื่อขยายตัว 10% YoY รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth เติบโตเด่น ขณะที่ธนาคารคุมเข้มคุณภาพสินทรัพย์และบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 12,582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะได้รับแรงกดดันจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงและการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ แต่ธนาคารสามารถชดเชยด้วยการขยายตัวของสินเชื่อรวมที่เติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) พร้อมกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงมีความแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คือ "การขยายตัวของสินเชื่อในกลุ่มยุทธศาสตร์และการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth" ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยประคองกำไรสุทธิให้เติบโตได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การขยายตัวของสินเชื่อ: สินเชื่อรวมขยายตัวถึง 10% YoY โดยได้รับแรงหนุนหลักจากสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อภาครัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ธนาคารมุ่งเน้นตามยุทธศาสตร์ รายได้ค่าธรรมเนียม: รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 6.2% YoY จากการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management ทั้งในส่วนของกองทุนรวม (Mutual Funds) และประกันชีวิต (Bancassurance) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่ยั่งยืน การบริหารต้นทุน: ธนาคารสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดี ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 38.4% จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย แรงกดดัน: รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 9.5% YoY เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยขาลงและการปรับลดดอกเบี้ยเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการภาครัฐและนโยบายของธนาคารเอง โอกาสต่อเนื่อง: แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ Wealth มีโอกาสต่อเนื่องจากการขยายฐานลูกค้าและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากทิศทางดอกเบี้ยและคุณภาพสินทรัพย์ที่ต้องติดตามใกล้ชิดจากสถานการณ์อุทกภัยและปัญหาเศรษฐกิจ K-shape ซึ่งธนาคารได้เตรียมความพร้อมผ่านการตั้งสำรองที่เหมาะสมและรักษา Coverage Ratio ในระดับสูงที่ 205.3% เพื่อรองรับความผันผวนในอนาคต Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 12,582 ล้านบาท (+3.8% QoQ, -13.9% YoY) สินเชื่อรวม: ขยายตัว 10% YoY และ 1.5% QoQ NIM: อยู่ที่ 2.44% สะท้อนการบริหารจัดการส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง NPL Ratio: อยู่ที่ 2.93% ซึ่งเป็นระดับที่ธนาคารระบุว่าบริหารจัดการได้ Coverage Ratio: รักษาความแข็งแกร่งต่อเนื่องที่ 205.3% Cost to Income Ratio: ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 38.4% ภาพรวมผลประกอบการ กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 เติบโต 3.8% QoQ จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยและธุรกิจ Wealth ที่เติบโตต่อเนื่อง แม้ภาพรวม 9 เดือนแรกของปีจะมีกำไรสุทธิ 37,145 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ธนาคารยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการบริหารพอร์ตสินเชื่อที่ยืดหยุ่น โอกาส การลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (เช่น PromptFund) การขยายธุรกิจ Wealth Management ที่เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ค่าธรรมเนียม การสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง "Reinvent Thailand" ซึ่งจะสร้างโอกาสในการปล่อยสินเชื่อใหม่ๆ ความเสี่ยง เศรษฐกิจ K-shape: กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอและข้อจำกัดในการปรับตัวของกลุ่ม SMEs ปัจจัยภายนอก: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิต ภัยธรรมชาติ: ผลกระทบจากอุทกภัยต่อห่วงโซ่อุปทานและคุณภาพสินทรัพย์ของลูกค้าในพื้นที่ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลกระทบต่อ NIM ในไตรมาสถัดไป คุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่ม SMEs และผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงปลายไตรมาส 3 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่อาจปรับตัวขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาส 4 ความคืบหน้าของการปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้บริษัทโฮลดิ้งใหม่ (กรุงไทย อลิอันซ์ และกรุงไทย แคปปิเทล) รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน) ธนาคารมีสัดส่วนเงินฝาก CASA สูงถึง 79% ซึ่งช่วยบริหารต้นทุนทางการเงินได้ดี ในขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 20.70% และ CET1 อยู่ที่ 18.66% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก รองรับการขยายธุรกิจในอนาคตได้ตามยุทธศาสตร์ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อรวม 2,850,265 ล้านบาท และเงินรับฝาก 2,861,029 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินรับฝาก (L/D Ratio) อยู่ที่ 99.62% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 สะท้อนการใช้สภาพคล่องในการปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ สรุปท้าย KTB แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวผ่านการขยายสินเชื่อในกลุ่มยุทธศาสตร์และการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม แม้จะเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยขาลงและการตั้งสำรองอย่างรอบคอบ การรักษา Coverage Ratio ในระดับสูงและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองกำไรสุทธิให้เติบโต QoQ โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาวท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนสูง