2026-10-21T12:49:39+00:00 fin SCB บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) SCB กำไร Q3/2569 แตะ 1.06 หมื่นล้านบาท รับรายได้ค่าธรรมเนียมหนุนสวนทางตลาดผันผวน รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมยังแกร่งช่วยพยุงผลประกอบการ ขณะที่ฝ่ายจัดการคุมเข้มคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนต่อเนื่อง บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ที่ 10,677 ล้านบาท ลดลง 4.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารหนี้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักยังคงมีเสถียรภาพด้วยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทรงตัวในระดับสูง พร้อมการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุกและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามในระยะถัดไป Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญของผลประกอบการไตรมาสนี้คือ "ความผันผวนของรายได้จากการลงทุน" ที่บันทึกเป็นผลขาดทุน 424 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 2,552 ล้านบาทในไตรมาสก่อน) ซึ่งเป็นปัจจัยลบหลักที่ฉุดกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ช่วยพยุงกำไรไว้คือ "รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น" (NIM ปรับตัวดีขึ้นเป็น 3.07%) และ "การตั้งสำรองที่ลดลง" ตามคุณภาพสินทรัพย์ที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในบางพอร์ต 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ผลขาดทุนจากการลงทุนเกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของพอร์ตตราสารหนี้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้นในตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโต 0.5% QoQ สะท้อนถึงการบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง นอกจากนี้ การตั้งสำรองที่ลดลง 13.8% QoQ สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการหนี้เชิงรุก การขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ และการตัดหนี้สูญอย่างคัดสรร ทำให้ Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ 1.37% 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ความผันผวนของรายได้จากการลงทุนมีลักษณะเป็น "ครั้งคราว" ตามสภาวะตลาดการเงิน แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าความผันผวนได้กลายเป็นบริบทสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกต่อไป ส่วนแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมและ NIM คาดว่าจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระยะยาวของกลุ่ม Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 10,677 ล้านบาท (-4.0% QoQ, -11.4% YoY) NIM: ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.07% จาก 3.04% ในไตรมาสก่อน รายได้ค่าธรรมเนียม: เติบโต 12.8% ในงวด 9 เดือนแรก สูงกว่าเป้าหมายทั้งปี คุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วน NPL ของกลุ่มอยู่ที่ 3.21% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.17% แต่ NPL ของธนาคารไทยพาณิชย์ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 มาอยู่ที่ 2.95% การตั้งสำรอง: Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ 1.37% สะท้อนการบริหารจัดการหนี้เชิงรุก เป้าหมายปี 2569: ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายเดิม ทั้งในส่วนของ NIM (3.0-3.2%) และ Credit Cost (1.35-1.55%) ภาพรวมผลประกอบการ กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 31,989 ล้านบาท (-14.3% YoY) โดยรายได้รวมได้รับแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและกำไรจากการลงทุนที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย (Cost-to-Income Ratio อยู่ที่ 42.1%) ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน โอกาส ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยั่งยืน การนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ทั่วทั้งกลุ่มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในระยะยาว การเตรียมเปิดให้บริการ Virtual Bank จะเป็นช่องทางใหม่ในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างฐานรายได้ในอนาคต ความเสี่ยง ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง (K-shaped) ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่ม SME และครัวเรือนรายได้น้อย ความผันผวนของตลาดการเงินและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าพอร์ตเงินลงทุน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังคงเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลกระทบต่อ NIM ในไตรมาสถัดไป คุณภาพสินทรัพย์ของพอร์ตสินเชื่อรายย่อย (Gen 2) ว่าจะสามารถควบคุม NPL ได้ตามแผนหรือไม่ ความคืบหน้าในการจัดตั้ง Virtual Bank การเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กร (ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ จะรับตำแหน่ง CEO ในวันที่ 1 ม.ค. 2570) รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน) Gen 1 (ธนาคาร): สินเชื่อโต 2.7% YoY นำโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ SME และรายย่อยหดตัวตามนโยบายคัดสรรสินเชื่อ Gen 2 (ดิจิทัล/รายย่อย): กำไรสุทธิ 2.4 พันล้านบาท (+10% YoY) โดย CardX และ MONIX เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แม้ AutoX จะยังอยู่ในช่วงปรับพอร์ต Gen 3 (เทคโนโลยี): ยังคงขาดทุนจากการลงทุนในเทคโนโลยีและ AI เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต สรุปท้าย ผลประกอบการของ SCB ในไตรมาส 3/2569 สะท้อนถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพท่ามกลางปัจจัยลบจากตลาดการเงิน แม้กำไรจะชะลอตัวลงจากผลขาดทุนด้านการลงทุน แต่ธุรกิจหลักอย่างรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมยังคงแข็งแกร่ง การบริหารจัดการ NPL ที่เห็นผลในระดับธนาคารแม่เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและการปรับตัวของพอร์ตสินเชื่อรายย่อยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป