2026-10-21T11:28:03+00:00 fin CITY บริษัท ซิตี้ สตีล จำกัด (มหาชน) CITY พลิกกำไร 7.52 ล้านบาทในปี 2568/2569 รับอานิสงส์ยอดขายอุปกรณ์จัดเก็บพุ่ง รายได้รวมโต 40.40% หนุนผลงานฟื้นตัวจากปีก่อนหน้า พร้อมรับมือความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัท ซิตี้ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ CITY รายงานผลการดำเนินงานประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยบริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 7.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.42 ล้านบาท หรือคิดเป็น 124.34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ขาดทุน 30.90 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 109.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.40% จากปีก่อนหน้า ซึ่งปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของปริมาณงานมูลค่าสูงและการบริหารจัดการพอร์ตงานที่หลากหลายขึ้น ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ยังคงซบเซาและได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของการพลิกฟื้นกำไรในรอบปีนี้ คือ "การปรับเปลี่ยนส่วนผสมของรายได้ (Product Mix) ที่เน้นกลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บและลำเลียง" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีบัญชีที่ผ่านมา ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การปรับตัวของพอร์ตรายได้: บริษัทประสบความสำเร็จในการรับงานที่มีมูลค่าสูงและงานทั่วไปควบคู่กันไป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บและลำเลียงที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้รวมปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน ช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นแม้ค่าใช้จ่ายคงที่จะยังอยู่ในระดับสูง ปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน: การอ่อนค่าของเงินบาท ณ วันสิ้นงวดบัญชี ส่งผลให้บริษัทได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้เป็นบวกได้สำเร็จ แรงกดดันจากอุตสาหกรรมหลัก: ในทางกลับกัน ธุรกิจหลักเดิมคือกลุ่มรถยนต์สันดาป (ICE) ยังคงเผชิญภาวะซบเซาอย่างต่อเนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มนี้ไม่สามารถฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติได้ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: สถานการณ์นี้มีลักษณะ "ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตาม" เนื่องจากแม้บริษัทจะปรับตัวด้วยการเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จินสูงขึ้น แต่ความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันโลกยังคงสร้างความไม่แน่นอนต่อห่วงโซ่อุปทานและค่าเงินบาท ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทควบคุมไม่ได้ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: พลิกเป็นบวก 7.52 ล้านบาท (จากเดิมขาดทุน 30.90 ล้านบาท) รายได้รวม: 109.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.40% YoY กลยุทธ์หลัก: เน้นขายผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดเก็บและลำเลียงที่มีอัตรากำไรสูง ฐานะการเงิน: แข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ต่ำเพียง 0.02 เท่า สภาพคล่อง: อัตราส่วนสภาพคล่องสูงถึง 175.06 เท่า สะท้อนความมั่นคงทางการเงิน ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการปี 2568/2569 สะท้อนถึงความพยายามในการปรับตัวของบริษัทท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 40% เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการหาช่องทางรายได้ใหม่ๆ มาทดแทนยอดขายจากกลุ่มยานยนต์ที่ชะลอตัวลง โอกาส การปรับตัวของค่ายรถยนต์ที่เปลี่ยนสายการผลิตจากรถสันดาปไปสู่รถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อาจเป็นโอกาสให้บริษัทปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการใหม่ๆ ในอนาคต รวมถึงการรุกตลาดอุปกรณ์จัดเก็บและลำเลียงที่ยังคงเป็นตัวทำกำไรหลัก ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่การหดตัวของตลาดรถยนต์สันดาปในไทย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาทและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานการผลิต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การรักษาอัตรากำไร (GPM) จากผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดเก็บและลำเลียง ความคืบหน้าในการปรับตัวของลูกค้ากลุ่มยานยนต์สู่รถยนต์ไฟฟ้า ผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป การบริหารจัดการต้นทุนคงที่ให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่ได้รับ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) บริษัทมีการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง โดยลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ที่เติบโตขึ้น ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการซื้อวัตถุดิบและการต่อสัญญาเช่าโรงงาน ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานต่อเนื่อง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 31 กรกฎาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,266.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.46% จากปีก่อนหน้า โดยมีหนี้สินรวมเพียง 20.39 ล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 1,245.66 ล้านบาท ตอกย้ำสถานะทางการเงินที่มั่นคงและมีความเสี่ยงด้านหนี้สินต่ำ สรุปท้าย CITY สามารถผ่านพ้นปีที่ยากลำบากมาได้ด้วยการปรับกลยุทธ์เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จินสูงจนพลิกกลับมามีกำไร แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นฐานลูกค้าหลักจะยังคงมีความท้าทายสูง แต่ด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและหนี้สินที่ต่ำมาก ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการปรับตัวเพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในระยะถัดไปได้ดี