2026-10-21T11:24:27+00:00 fin KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) KBANK กำไรสุทธิ Q3/2569 แตะ 1.27 หมื่นล้านบาท รับแรงกดดันจากรายได้ค่าธรรมเนียมและภาวะตลาดผันผวน รายได้ดอกเบี้ยทรงตัวท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารเร่งคุมเข้มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 12,720 ล้านบาท ลดลง 3.98% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงกดดันจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงตามภาวะตลาดที่มีความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเก็บค่าธรรมเนียม อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงรักษาความแข็งแกร่งผ่านการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตอย่างระมัดระวังเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในอนาคต Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ "การลดลงของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย" ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดกำไรสุทธิให้ปรับตัวลดลง 3.98% QoQ โดยมีสาเหตุสำคัญจาก 2 ส่วนหลัก คือ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ลดลง 5.29% จากภาวะตลาดและการปรับเปลี่ยนมาตรฐานการเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ ประกอบกับรายได้อื่นที่ลดลงถึง 21.08% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนที่ลดลงตามภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงทรงตัวอยู่ที่ 31,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.54% จากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ก็ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการออกตราสารหนี้ด้อยสิทธิเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเงินกองทุน นอกจากนี้ ธนาคารยังคงตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 10,329 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.09% เพื่อยกระดับ Coverage Ratio ให้สูงขึ้นเป็น 177.90% สะท้อนถึงความระมัดระวังต่อคุณภาพสินทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง สำหรับความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลกและปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสสุดท้ายตามปัจจัยฤดูกาล ดังนั้น กำไรในรอบถัดไปจึงยังคงมีความท้าทายจากทั้งแรงกดดันด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและต้นทุนที่อาจสูงขึ้นตามฤดูกาล โดยธนาคารยังคงเน้นย้ำกลยุทธ์ Productivity และการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีคุณภาพเพื่อประคองผลประกอบการให้มั่นคง Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 12,720 ล้านบาท ลดลง 3.98% QoQ แต่หากดูงวด 9 เดือน กำไรสุทธิอยู่ที่ 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.43% YoY รายได้ค่าธรรมเนียม: อยู่ที่ 9,841 ล้านบาท ลดลง 5.29% QoQ จากการปรับมาตรฐานการเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ คุณภาพสินทรัพย์: NPL Gross อยู่ที่ 3.18% ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยธนาคารเพิ่ม Coverage Ratio เป็น 177.90% การบริหารต้นทุน: Cost to Income Ratio อยู่ที่ 41.75% สะท้อนความสำเร็จในการคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง 4.14% QoQ เงินกองทุน: อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น (CAR) แข็งแกร่งอยู่ที่ 19.77% ตามเกณฑ์ Basel III ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 สะท้อนภาพการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากการดำเนินงานสุทธิรวมอยู่ที่ 47,641 ล้านบาท ลดลง 4.19% QoQ แม้ธนาคารจะสามารถคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดี แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ผันผวนตามตลาดทุนและตลาดเงินเป็นปัจจัยลบหลักที่กดดันกำไรสุทธิ โอกาส ธนาคารยังคงได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การคัดเลือกสินเชื่อคุณภาพ นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) จะเป็นปัจจัยบวกระยะยาวในการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักยังคงมาจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวแบบ K-Shaped รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วมและค่าครองชีพที่กดดันกำลังซื้อภาคครัวเรือน นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและคุณภาพสินเชื่อของลูกค้า สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คุณภาพสินทรัพย์: การติดตาม NPL ในกลุ่มลูกค้ารายย่อยและ SME ที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพ รายได้ค่าธรรมเนียม: ทิศทางของรายได้ค่าธรรมเนียมหลังการปรับมาตรฐานใหม่ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายฤดูกาล: การควบคุมค่าใช้จ่ายในไตรมาส 4 ซึ่งมักเป็นช่วงที่มีค่าใช้จ่ายสูงตามฤดูกาล ทิศทางดอกเบี้ย: ผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อ NIM ในระยะถัดไป รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน) ธนาคารเน้นการบริหารจัดการ NIM ที่ 2.89% โดยมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้า ด้านเงินรับฝากเติบโต 0.62% QoQ โดยเน้นเงินฝากออมทรัพย์เป็นหลัก ส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 16.98% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 4.61 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.95% QoQ โดยสินเชื่อรวมเติบโตเล็กน้อย 0.30% ขณะที่เงินรับฝากเพิ่มขึ้น 0.62% สะท้อนสภาพคล่องที่ยังคงเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ สรุปท้าย KBANK ในไตรมาส 3/2569 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลงตามภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดและการตั้งสำรองที่ระมัดระวัง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความเปราะบาง แต่ด้วยฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ Productivity ที่ชัดเจน ทำให้ธนาคารยังคงมีศักยภาพในการรับมือกับความผันผวนในไตรมาสสุดท้ายของปีได้