Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin LHFG บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

LHFG กำไร Q3/2569 แตะ 808.4 ล้านบาท โต 16.1% QoQ รับอานิสงส์กำไรจากเครื่องมือทางการเงินและสำรองลดลง

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวต่อเนื่องหนุนผลงานรายไตรมาส ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุนปรับตัวตามภาวะตลาด บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 808.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม และการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง แม้ว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากปัจจัยด้านกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลงก็ตาม ทั้งนี้ ทิศทางผลประกอบการยังคงต้องติดตามความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและคุณภาพสินเชื่อของกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของกำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ คือการบริหารจัดการพอร์ตเครื่องมือทางการเงินและประสิทธิภาพในการควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไร QoQ คือ "กำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน" ที่เพิ่มขึ้นถึง 44.4% QoQ มาอยู่ที่ 126.2 ล้านบาท ประกอบกับการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ซึ่งลดลง 40.2% QoQ เหลือ 218.4 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 14.7% QoQ จากกำไรเงินลงทุนที่ลดลงได้ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินสะท้อนถึงการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดในขณะนั้น ส่วนการลดลงของ ECL เป็นผลมาจากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเติบโตได้ 3.0% QoQ จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อยที่เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ปัจจัยด้านกำไรจากเครื่องมือทางการเงินมีลักษณะเป็นรายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาด (Market-to-market) จึงมีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราวมากกว่าต่อเนื่อง ส่วนการลดลงของ ECL นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่ายังคงต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังมีความเปราะบางและมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการกีดกันทางการค้า Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: ไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 808.4 ล้านบาท (+16.1% QoQ, -12.6% YoY) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ: เติบโตต่อเนื่องที่ 1,976.3 ล้านบาท (+3.0% QoQ, +13.8% YoY) สินเชื่อรวม: พอร์ตสินเชื่อเติบโต 9.3% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 โดยสินเชื่อรายย่อยโตเด่น 15.2% คุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ของธนาคารอยู่ที่ 140.8% เงินกองทุน: อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 15.776% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2569 มีกำไรสุทธิ 2,347.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 11.6% และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โอกาส การขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจระหว่างประเทศที่เติบโต 53.9% และรายได้ค่าธรรมเนียม Trade Finance ที่เพิ่มขึ้นกว่า 107.2% จากเครือข่าย CTBC ธุรกิจ Wealth Management เติบโต 82.9% จากการเปิดตัวกองทุนธีมเฉพาะ (Unique Thematic Funds) เช่น AI Infrastructure การสนับสนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายช่วยบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า ความเสี่ยง ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำสร้างแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ความเปราะบางของธุรกิจ SMEs และครัวเรือนที่ฟื้นตัวช้า การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการเข้าสู่ตลาดของ Virtual Bank สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คุณภาพสินเชื่อของกลุ่ม SMEs และครัวเรือนเปราะบาง ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อ ความผันผวนของตลาดทุนที่กระทบต่อรายได้จากเครื่องมือทางการเงิน การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มลูกค้าคุณภาพสูง ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่มธุรกิจการเงิน) ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH Bank) มี NIM งวด 9 เดือนอยู่ที่ 1.90% ลดลงจาก 2.01% ในปีก่อนหน้า สะท้อนความท้าทายด้านส่วนต่างดอกเบี้ย ในขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์ (LHSEC) มีกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 30.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 373.8% QoQ จากรายได้ค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ส่วนธุรกิจจัดการกองทุน (LH Fund) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ 74,387.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% จากสิ้นปี 2568 ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 443,074.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากสิ้นปี 2568 โดยสินเชื่อสุทธิคิดเป็น 67.9% ของสินทรัพย์รวม ด้านหนี้สินส่วนใหญ่เป็นเงินรับฝาก คิดเป็น 81.4% ของหนี้สินรวม ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.9% จากสิ้นปี 2568 สรุปท้าย LHFG แสดงความสามารถในการทำกำไรที่ฟื้นตัวได้ดีในไตรมาส 3/2569 จากการบริหารจัดการพอร์ตการเงินและควบคุม ECL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ภาพรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้ดีตามการขยายตัวของสินเชื่อ แต่ความท้าทายจาก NIM ที่ลดลงและความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มเปราะบางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง