Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin TTB ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

TTB กำไรสุทธิ Q3/2569 แตะ 5,457 ล้านบาท รับอานิสงส์ NIM ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหนุนผลประกอบการแกร่ง พร้อมคุมเข้มคุณภาพสินทรัพย์และบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 5,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการบริหารจัดการส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.09% ท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อไปสู่กลุ่มรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนเงินฝากอย่างมีวินัย Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การขยายตัวของ NIM" และ "ความสามารถในการบริหารต้นทุนทางการเงิน" ซึ่งส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.1% จากไตรมาสก่อน (QoQ) แม้ว่าปริมาณสินเชื่อโดยรวมจะเติบโตในอัตราที่จำกัดก็ตาม โดยธนาคารสามารถรักษาระดับกำไรสุทธิไว้ได้ในระดับที่แข็งแกร่งแม้จะมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) อย่างรอบคอบเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ปัจจัยหลักมาจากกลยุทธ์การปรับพอร์ตสินเชื่อ (Golden Portfolio) ที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อยเป้าหมายที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงิน (CYH) และสินเชื่อส่วนบุคคล Cash2Go ประกอบกับการใช้แนวคิด Risk-based Pricing ในการคัดเลือกสินเชื่อคุณภาพ ในขณะเดียวกัน ธนาคารประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างเงินฝาก โดยลดสัดส่วนเงินฝากประจำที่มีต้นทุนสูงลง และทดแทนด้วยเงินฝาก CASA และเงินฝากประเภท Hybrid (เช่น ttb no-fixed และ ME Save) ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงต่อเนื่อง 5 bps จากไตรมาสก่อน จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการบริหาร NIM เนื่องจากธนาคารยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ปรับโครงสร้างเงินฝากและสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบางจากหนี้ครัวเรือนและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการสินเชื่อใหม่และคุณภาพสินทรัพย์ โดยธนาคารได้เตรียมความพร้อมด้วยการตั้งสำรอง Management Overlay ไว้รองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้ว Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569: อยู่ที่ 16,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% (YoY) NIM ปรับตัวดีขึ้น: อยู่ที่ 3.09% ในไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้น 6 bps (QoQ) และ 12 bps (YoY) คุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วน NPL Ratio ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.88% จาก 2.93% ในไตรมาสก่อน Coverage Ratio: แข็งแกร่งขึ้นที่ระดับ 159% สะท้อนการตั้งสำรองที่เข้มงวด การบริหารเงินทุน: ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนสะสมครบวงเงิน 21,000 ล้านบาท และขยายกรอบวงเงินเพิ่มเป็น 35,000 ล้านบาท ถึงปี 2571 ภาพรวมผลประกอบการ ธนาคารมีรายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 16,786 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนเนื่องจากฐานที่สูงในไตรมาส 2 จากกำไรจากการตีมูลค่ายุติธรรมของกองทุนวายุภักษ์ 1 อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานถูกควบคุมอย่างมีวินัย ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) ทรงตัวอยู่ที่ 46% โอกาส การยกระดับ Wealth Ecosystem ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก (DBS, Schroders, Webull) เพื่อเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะยาว การใช้แนวคิด Risk-based Pricing ในผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายขึ้น ช่วยเพิ่มผลตอบแทนภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม การขยายธุรกิจผ่าน ttb leasing ในกลุ่มสินเชื่อรถจักรยานยนต์เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ความเสี่ยง ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงอาจกดดันกำลังซื้อและการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกรรมดิจิทัล สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำ ซึ่งจะกดดันรายได้ดอกเบี้ยในระยะยาว คุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและ SME ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ความคืบหน้าของโครงการช่วยเหลือลูกค้า "ตั้งหลัก" และผลกระทบจากอุทกภัยต่อพอร์ตสินเชื่อ การบริหารจัดการเงินกองทุนและการจ่ายเงินปันผลตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน) ธนาคารเน้นการบริหารงบดุลเชิงรุก โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 18.8% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมาก ด้านสภาพคล่องอยู่ในระดับแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) ที่ 93% สะท้อนถึงความยืดหยุ่นในการบริหารแหล่งเงินทุน ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1.70 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% (QoQ) โดยเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิอยู่ที่ 1.13 ล้านล้านบาท ธนาคารยังคงรักษาสภาพคล่องในระดับสูงโดยมีสินทรัพย์สภาพคล่องคิดเป็น 16.3% ของสินทรัพย์รวม สรุปท้าย TTB แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งผ่านการบริหาร NIM และต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ แม้เผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ การมุ่งเน้นสินเชื่อคุณภาพสูงและการปรับโครงสร้างเงินฝากเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยประคองผลประกอบการให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยมีฐานะเงินกองทุนและระดับสำรองที่แข็งแกร่งเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงในอนาคต