2026-10-20T19:08:38+00:00 iaa KKP ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) KKP โชว์กำไรไตรมาส 3/69 แกร่งเกินคาด พร้อมตั้งการ์ดรับความเสี่ยงด้วย Coverage Ratio สูงสุดในรอบ 11 ไตรมาส ผลงานโดดเด่นเกินคาดหมาย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ KKP ในไตรมาส 3/69 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.39 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และพุ่งขึ้น 43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่ง สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ถึง 14% และสูงกว่าตลาดคาด 15% โดยปัจจัยบวกหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ทั้งจากค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth Management และ Dime รวมถึงรายได้จาก FVTPL ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เจาะลึกสถานะทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์ ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ (NII) อยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% QoQ ตามการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่และ Lombard ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงชะลอตัวเพื่อลดความเสี่ยง ด้านคุณภาพสินทรัพย์ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดย NPL Ratio ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3.5% จาก 3.6% ในไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ KKP ได้เพิ่มความแข็งแกร่งด้วยการขยับ Coverage Ratio ขึ้นเป็น 150% ซึ่งถือเป็น ระดับที่สูงสุดในรอบ 11 ไตรมาส ช่วยสร้าง "กันชน" ทางการเงินที่หนาขึ้นเพื่อรองรับความผันผวนในอนาคต ข้อสังเกตและมุมมองต่อทิศทางธุรกิจ ฝ่ายวิจัย ASPS ตั้งข้อสังเกตว่ากำไรสุทธิช่วง 9 เดือนแรกของปี 69 อยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท คิดเป็น 81% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งสะท้อนว่ามีโอกาสที่กำไรจะออกมาดีกว่าที่คาดไว้ (Upside) ประมาณ 5% อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1. การเติบโตของสินเชื่อที่อาจต่ำกว่าเป้าหมาย 2. อัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่อาจลดลง และ 3. คุณภาพสินทรัพย์ที่อาจแย่กว่าคาด ซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลง 0.1% ของ Credit cost จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิประมาณ 6% สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซีย พลัส ประเมินมูลค่าพื้นฐาน (FV) ปี 2570 ของ KKP ไว้ที่ 129 บาท โดยอิงค่า PBV ที่ 1.5 เท่า (สะท้อน ROE ที่ 11.6%) ทั้งนี้ ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ทำได้ดีต่อเนื่อง และการมีกันชนสำรองที่แข็งแกร่ง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Div Yield) ที่น่าสนใจเกือบ 6% ต่อปี ฝ่ายวิจัยจึงยังคง แนะนำ "ซื้อ" สำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นธนาคารที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวรับวัฏจักรตลาด