Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

SCGP ลุ้นกำไรโตต่อเนื่อง โบรกฯ หยวนต้าอัปเป้าใหม่ 40 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรปกติของ SCGP ในปี 2566-2567 ขึ้น 8% และ 7% ตามลำดับ โดยคาดการณ์กำไรปกติไว้ที่ 7,275 ล้านบาท และ 7,717 ล้านบาท พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่ที่ 40.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Upside Gain ถึง 32.2% จากราคาปิดล่าสุด เจาะลึกผลประกอบการ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2566 คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1,919 ล้านบาท แม้จะลดลง 18% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) จากฐานที่สูง แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ถือว่าเติบโตโดดเด่นถึง 92% โดยมีปัจจัยบวกสำคัญจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย (Fajar) ที่สามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 เป็นต้นมา จากการปรับราคาขายให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการยังถูกกดดันจากต้นทุนกระดาษรีไซเคิล (RCP) และราคาถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์สงคราม ข้อสังเกตและแนวโน้มการลงทุน นักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรในไตรมาส 4/2566 จะอยู่ในระดับ 1,500-1,700 ล้านบาท ซึ่งแม้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่มี Lag-time แต่ภาพรวมทั้งปีถือว่าอยู่ในทิศทางขาขึ้นที่ชัดเจน โดยบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น สะท้อนจาก Net Gearing ที่ลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของการลงทุนในรูปแบบ M&P (Merger & Partnership) ในช่วงไตรมาส 4/2566 ถึงไตรมาส 1/2567 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว สรุปคำแนะนำ หยวนต้าประเมินมูลค่าหุ้น SCGP โดยใช้วิธี EV/EBITDA ที่ 10.0x (รวมพรีเมียมด้าน ESG) ส่งผลให้ได้ราคาเหมาะสมที่ 40.00 บาทต่อหุ้น แม้ราคาหุ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาจะปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 50% แต่ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่เติบโต YoY อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจในอินโดนีเซียที่เห็นผลชัดเจน จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสเติบโตในระยะยาว