2026-10-15T19:08:21+00:00 iaa TISCO บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TISCO ผลงานแกร่งแต่ราคาเริ่มตึง โบรกฯ แนะถือรับปันผล ไฮไลท์สำคัญ: กำไรโตตามเป้าและปันผลสม่ำเสมอ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ประเมินสถานะของ TISCO Financial Group (TISCO) ว่ายังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะความสามารถในการทำกำไรและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาจนมูลค่าเริ่มตึงตัว ทำให้คำแนะนำการลงทุนยังคงเป็น "ถือ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 120 บาท (อิง P/BV 2.1 เท่า และ PER 13 เท่า) ซึ่งนักลงทุนยังสามารถคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจถึง 6.3% จากการจ่ายปันผลสม่ำเสมอที่ 7.75 บาทต่อหุ้น เจาะลึกผลประกอบการ: คุณภาพสินทรัพย์ยังคุมได้ดี ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อ 4% และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น 6% ในส่วนของกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อ ธนาคารมุ่งเน้นกลุ่มคุณภาพดีและชะลอการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้มั่นคง โดยมี Credit Cost อยู่ที่ 84 bps ในไตรมาส 3 และคาดการณ์ทั้งปีไว้ที่ 1.0% ข้อสังเกต: อัพไซด์จำกัดและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา นักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้น TISCO ในปัจจุบันเริ่มมีอัพไซด์ที่จำกัด เนื่องจากซื้อขายที่ PER ปี 2570 สูงถึง 13.4 เท่า และ P/BV ที่ 2.2 เท่า สำหรับประเด็นเรื่องน้ำท่วมนั้น ผู้บริหารประเมินว่าจะมีผลกระทบในระดับจำกัด โดยคาดว่าจะมี NPL เพิ่มขึ้นไม่เกิน 100 ล้านบาท และมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพียง 60–70 ล้านบาท ซึ่งได้รับการชดเชยจากประกันภัยและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินทรัพย์ที่อาจปรับตัวแย่ลงยังคงเป็นดาวน์ไซด์หลักที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สรุปภาพรวม: เน้นรับปันผลในระยะยาว โดยสรุป TISCO ยังคงเป็นหุ้นที่โดดเด่นด้านการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน แม้แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อจะไม่สูงมากนักในระยะสั้น แต่ด้วยการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทำให้ธนาคารยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ สำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่ แนะนำให้ถือเพื่อรับเงินปันผลที่สม่ำเสมอตามประมาณการที่ 6.3% ต่อปี ทั้งนี้ควรระมัดระวังเรื่องมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างแพงในปัจจุบัน