Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CPALL บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

CPALL กำไรปกติ Q3/69 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมรับแรงหนุน High Season ช่วงโค้งสุดท้ายของปี

สรุปไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น CPALL โดยประเมินราคาเหมาะสมใหม่ที่ 62.00 บาท (จากเดิม 63.00 บาท) หลังปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ลงเล็กน้อย 1.1% - 1.4% ตามการปรับลดประมาณการกำไรของ CPAXT อย่างไรก็ตาม หุ้นยังมีความน่าสนใจด้วยระดับ PER ปี 2569-2570 ที่ 12.6 - 12.1 เท่า ซึ่งใกล้เคียงระดับ -2SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 5.9 พันล้านบาท แต่หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปิดสาขาของ CPAXT จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 7.1 พันล้านบาท เติบโต 9.2% YoY โดยธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) มีรายได้ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท เติบโต 6.5% YoY ตามยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เป็นบวก 2.0% แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนขนส่ง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการบริโภคและการท่องเที่ยว รวมถึงการฟื้นตัวของ CPAXT ที่คาดว่าจะไม่มีการตั้งสำรองก้อนใหญ่เหมือนไตรมาสก่อนหน้า ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักลงทุนควรจับตาประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การขยายสาขาที่ยังคงเป็นไปตามแผน โดยในไตรมาส 3/2569 ขยายเพิ่ม 170 แห่ง 2) อัตรากำไรขั้นต้นของ CVS ที่ทรงตัวได้ดีแม้เผชิญต้นทุนน้ำมัน 3) มาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในระดับที่ลดลง และ 4) ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อผู้บริโภคที่อาจชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต บทสรุปการลงทุน ในภาพรวม CPALL ยังคงแสดงศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งผ่านธุรกิจ CVS ที่เติบโตต่อเนื่องและฐานรายได้ที่มั่นคง การปรับราคาเป้าหมายลงเป็นการสะท้อนปัจจัยลบชั่วคราวจากบริษัทลูก แต่แนวโน้มการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4/2569 จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการให้ฟื้นตัวได้ดี ทั้งนี้ นักลงทุนควรพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านกำลังซื้อในประเทศประกอบการตัดสินใจลงทุน