Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TISCO บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

TISCO โชว์กำไรแกร่งไตรมาส 3 รับอานิสงส์สินเชื่อโรงไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้า

ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เติบโตตามเป้า บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ TISCO ในไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท เติบโต 2% จากไตรมาสก่อน และ 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน ตามการขยายตัวของสินเชื่อรายใหญ่ในกลุ่มโรงไฟฟ้าและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ประกอบกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Loan spread) ที่กว้างขึ้นจากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งพร้อมรับมือความเสี่ยง ในส่วนของความเสี่ยงและการตั้งสำรอง ฝ่ายวิจัยระบุว่า TISCO สามารถบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้เป็นอย่างดี โดยมี Credit cost อยู่ที่ 0.8% ลดลงจาก 0.9% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตราส่วนหนี้เสีย (NPL Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% นอกจากนี้บริษัทยังคงรักษาระดับ Coverage ratio ไว้ในระดับสูงถึง 193% ซึ่งเกินกรอบการบริหารจัดการที่ 150% ช่วยลดความจำเป็นในการตั้งสำรองก้อนใหม่ในอนาคต สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะยืนระยะได้ในกรอบ 1.75 – 1.8 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคาร (Banca) ที่จะได้รับอานิสงส์จากงาน Motor Expo ข้อสังเกตและมุมมองต่อกลยุทธ์การเติบโต ฝ่ายวิจัยให้ความเห็นว่า TISCO ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปและเน้นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ แม้จะมีสถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้น แต่ประเมินว่าผลกระทบต่อ NPL และการตั้งสำรองมีจำกัดและไม่รุนแรง สำหรับปี 2570 คาดว่าแรงส่งของกำไรจะมาจากสินเชื่อกลุ่มโรงไฟฟ้าที่สอดคล้องกับแผน PDP เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center อย่างไรก็ตาม การปรับประมาณการกำไรในระยะสั้นยังมีจำกัด ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “Trading” โดยเน้นที่ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Div Yield) ที่สม่ำเสมอราว 6.3% ต่อปี ซึ่งถือเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง (Downside protection) ที่ดีให้กับราคาหุ้น สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส ประเมินมูลค่าพื้นฐาน (Fair Value) ปี 2570 ของ TISCO ไว้ที่ 125 บาทต่อหุ้น โดยอิงระดับ PBV ที่ 2.25 เท่า ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การเติบโตของสินเชื่อที่อาจต่ำกว่าเป้าหมาย, ความผันผวนของ NIM และคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจแย่กว่าคาด ซึ่งทุกๆ 0.1% ของ Credit cost ที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิประมาณ 3% โดยรวม TISCO ยังถือเป็นหุ้นที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงและมีนโยบายการจ่ายปันผลที่โดดเด่น