Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa DOHOME บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)

DOHOME เผยกำไรไตรมาส 3 หดตัวแรง โบรกฯ หั่นเป้าพร้อมปรับคำแนะนำเป็นขาย

ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ชะลอตัว บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ DOHOME ในงวดไตรมาส 3/2569 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 115 ล้านบาท ซึ่ง หดตัวแรงถึง 62% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้จะยังเติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากยอดขายที่ลดลง 5% QoQ เนื่องจากผลกระทบของฤดูกาลในช่วงฤดูฝนและภาวะน้ำท่วมที่ทำให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงผู้รับเหมาลดการก่อสร้าง นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ยังปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 17.2% จากเดิมที่เคยสูงถึง 19.8% ในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากมาร์จิ้นของเหล็กที่ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 10% วิเคราะห์ปัจจัยกดดันและแนวโน้มการเติบโต ฝ่ายวิจัยระบุว่า แม้กำไรจะเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่คาดว่าจะโต 4.8% และการขยายสาขาใหม่ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก (ToGo) รวมถึงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง 25% YoY จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง แต่ด้วยผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2569 คิดเป็นเพียง 70% ของประมาณการเดิม ประกอบกับแนวโน้มมาร์จิ้นที่อ่อนตัวและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงกว่าคาดการณ์ ทำให้บล.เอเซียพลัสตัดสินใจ ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ลง 13%-14% มาอยู่ที่ 820 ล้านบาท และ 784 ล้านบาท ตามลำดับ ข้อสังเกตจากมุมมองนักวิเคราะห์ นักวิเคราะห์มองว่ากำไรของ DOHOME ได้ผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้วในไตรมาส 2/2569 โดยคาดการณ์ว่ากำไรในปี 2570 จะหดตัวลงจากมาร์จิ้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้จะคาดว่ากำไรในไตรมาส 4/2569 จะกลับมาเติบโตได้ทั้ง QoQ และ YoY จากอุปสงค์การซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดและฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่ลดลง และการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สรุปคำแนะนำการลงทุน จากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอลง บล.เอเซียพลัสจึงได้ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2570 ลงมาอยู่ที่ 3.34 บาท (จากเดิม 4.46 บาท) พร้อมทั้ง ปรับคำแนะนำจากเดิม "Trading" เป็น "Sell" เพื่อสะท้อนภาพรวมกำไรที่คาดว่าจะชะลอตัวลงในระยะถัดไป โดยนักลงทุนควรระมัดระวังความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล็กและสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรงในอนาคต