2026-10-14T22:08:39+00:00 fin TISCO บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TISCO กำไร Q3/2569 แตะ 1.8 พันล้านบาท โต 4.3% YoY รับอานิสงส์ต้นทุนเงินฝากลดลง รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง พร้อมคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,804.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 2.3% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ขยายตัวตามต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในภาวะดอกเบี้ยขาลง ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ที่ลดลงสะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังคงควบคุมได้ดี แม้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะชะลอตัวลงจากผลกระทบของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงก็ตาม Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "การบริหารต้นทุนเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ" และ "การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์" ปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 คือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 6.2% YoY มาอยู่ที่ 3,639.32 ล้านบาท แม้รายได้ดอกเบี้ยรวมจะลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 26.2% YoY ตามต้นทุนเงินฝากที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 5.00% ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ต้นทุนเงินฝากลดลง: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ในช่วงที่ผ่านมาช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินของกลุ่มทิสโก้ได้อย่างชัดเจน คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น: ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลงเหลือ 0.8% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เนื่องจากบริษัทดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ NPL Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 2.01% ธุรกิจตลาดทุนฟื้นตัว: รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และธุรกิจจัดการกองทุนเติบโตตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยส่วนอื่นที่อ่อนตัวลง จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของ NIM แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก แนวโน้มต้นทุนเงินฝากที่ลดลงยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อ NIM ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์อุทกภัย ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และราคาพลังงานที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้วยการดำรง Coverage Ratio สูงถึง 192.5% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนดังกล่าว Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 1,804.70 ล้านบาท (+4.3% YoY, +2.3% QoQ) NIM: ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 5.00% จากการบริหารต้นทุนเงินฝาก NPL Ratio: ลดลงเหลือ 2.01% สะท้อนการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่รัดกุม Coverage Ratio: แข็งแกร่งที่ระดับ 192.5% สินเชื่อรวม: เติบโต 1.1% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อธุรกิจและ SME ROAE: อยู่ที่ระดับ 17.0% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่น ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการรวม 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,302.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% YoY โดยรายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโต 4.4% จากทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจตลาดทุน แม้จะมีแรงกดดันจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยบางส่วน แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองที่เหมาะสมทำให้กำไรยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมาย โอกาส การเติบโตของสินเชื่อธุรกิจและ SME ที่ขยายตัว 4.7% และ 2.6% ตามลำดับ ธุรกิจจัดการกองทุนมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 การนำ AI มาใช้ในองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว ความเสี่ยง ภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่ม ความผันผวนของตลาดทุนและทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่อาจกระทบต่อรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเช่าซื้อหลังสถานการณ์น้ำท่วม ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ความผันผวนของกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน (FVTPL) ซึ่งเป็นรายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาด การรักษาฐานเงินฝากและต้นทุนทางการเงินในภาวะการแข่งขันที่สูง รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน) สินเชื่อ: สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงเป็นพอร์ตหลัก (44.1% ของสินเชื่อรวม) โดย Penetration Rate ของสินเชื่อรถใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 7.0% เงินกองทุน: กลุ่มทิสโก้มีฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดย BIS Ratio ของธนาคารทิสโก้อยู่ที่ 20.1% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. อย่างมาก ธุรกิจหลักทรัพย์: ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 1.1% โดยมีสัดส่วนลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก (51.5%) ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 296,431.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% QoQ โดยเงินฝากรวมยังคงเป็นแหล่งเงินทุนหลัก (215,791.27 ล้านบาท) บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในเดือนกันยายน 2569 อัตรา 2.00 บาทต่อหุ้น สะท้อนกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง สรุปท้าย TISCO แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่มั่นคงผ่านการบริหาร NIM และการคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่เข้มงวด แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความท้าทาย แต่ด้วยฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและนโยบายการตั้งสำรองที่รัดกุม ทำให้บริษัทอยู่ในสถานะที่พร้อมรับมือกับความเสี่ยงและสามารถขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในไตรมาสถัดไป