Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TISCO บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

TISCO เผยกำไร 3Q26 เติบโตตามคาด แต่โบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำขาย

ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งถือว่าทำได้ตามที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากสินเชื่อที่ขยายตัว 4% YoY และ 1% QoQ โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อองค์กรและ SME รวมถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 5.04% จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เจาะลึกสถานะทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์ ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ถือว่าทำได้ดีต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs/loans ratio) ปรับตัวลดลงจาก 2.12% ในไตรมาส 2/2569 มาอยู่ที่ 2.01% ในไตรมาสนี้ พร้อมกับมีการตั้งสำรองที่รัดกุมขึ้น ส่งผลให้ Loan-loss coverage ratio เพิ่มขึ้นเป็น 192.5% สำหรับค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรอง (Credit cost) อยู่ที่ 0.84% ซึ่ง ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า NPLs ในธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 4.79% เป็น 4.89% ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยบางส่วน มุมมองนักวิเคราะห์และคำแนะนำการลงทุน บล.บัวหลวง (BLS) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ของ TISCO โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในปี 2569-2570 จะเติบโตต่อเนื่องที่ 5% และ 3% ตามลำดับ สำหรับไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยบวกต่างๆ ไปมากแล้ว และเมื่อพิจารณาจาก Valuation metrics พบว่า ราคาหุ้นของ TISCO มีความแพงกว่ากลุ่มธนาคารโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ จึงยังคงคำแนะนำ "ขาย" (SELL) สรุปภาพรวมการลงทุน แม้ TISCO จะแสดงศักยภาพในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีและมีกำไรที่เติบโตตามเป้าหมาย แต่ด้วยระดับราคาหุ้นที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าลงทุน โดยโบรกเกอร์เน้นย้ำว่าปัจจัยบวกส่วนใหญ่ได้ถูกรวมอยู่ในราคาตลาดแล้ว การตัดสินใจลงทุนจึงควรพิจารณาปัจจัยด้านราคาที่เหมาะสมควบคู่ไปกับความเสี่ยงในธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนที่อาจมีแนวโน้ม NPLs เพิ่มขึ้นในอนาคต