2026-10-14T19:09:09+00:00 iaa HMPRO บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) HMPRO กำไรไตรมาส 3/69 ชะลอตัว แต่ปันผลยังโดดเด่นน่าสะสม สรุปไฮไลท์สำคัญ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินผลการดำเนินงานของ HMPRO ในไตรมาส 3/2569 ว่ามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.33 พันล้านบาท หดตัว 17% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ยังเติบโตเล็กน้อย 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากรายได้ที่ลดลงตามฤดูกาลและผลกระทบจากน้ำท่วมในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ได้ปรับคำแนะนำขึ้นจาก "Trading" เป็น "Buy" เนื่องจากมองว่าบริษัทมีความโดดเด่นในด้านการจ่ายเงินปันผลที่จูงใจ โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 6.1% ในปี 2569 และ 6.6% ในปี 2570 วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ สำหรับกำไรที่หดตัวในไตรมาส 3/69 มีสาเหตุจาก 1) รายได้จากการขายและบริการลดลง 6% QoQ เนื่องจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็นชะลอตัวหลังผ่านฤดูร้อน และอุปสงค์ลดลงจากภาวะน้ำท่วม 2) อัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ปรับลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 28.0% หลังจากที่ไตรมาสก่อนได้รับผลบวกชั่วคราวจากราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น 3) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่ลดลง ทั้งนี้ ผลบวกที่ช่วยประคองกำไรได้คือการเปิดสาขาใหม่รวม 150 สาขา และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยในตลาด ข้อสังเกตและแนวโน้มการเติบโต ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรของ HMPRO ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/69 โดยคาดว่าแนวโน้มในไตรมาส 4/69 จะกลับมาเติบโตได้ทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับอุปสงค์การซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด ซึ่งเห็นสัญญาณบวกชัดเจนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมที่เติบโตได้ดี ทั้งในส่วนของโฮมโปรและเมกะโฮม อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงด้านกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ และการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมซึ่งอาจกดดันยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่คาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องที่ 2.7% บทสรุปและการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 6.06 พันล้านบาท และคงราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 7.10 บาท (อิง PER 14.1 เท่า) โดยมองว่าแม้การเติบโตของกำไรจะไม่หวือหวา แต่ HMPRO เป็นหุ้นที่มีความมั่นคงและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นรับผลตอบแทนจากเงินปันผล โดยราคาหุ้นปัจจุบันมีแนวรับอยู่ที่ 6.05-6.15 บาท และแนวต้านที่ 6.55-6.80 บาท