Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

SCC ชูจุดแข็งนวัตกรรม i2P Center เร่งเครื่องขยายฐานธุรกิจสู่สินค้ามูลค่าสูง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เดินหน้ากลยุทธ์ปรับพอร์ตธุรกิจครั้งใหญ่ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมผ่านศูนย์ i2P Center เพื่อยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและโซลูชันเฉพาะทาง โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมกว่า 450,000 ตันต่อปี และมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 10,000 รายการ รองรับความต้องการในตลาดเวียดนามและอินโดนีเซีย วิเคราะห์เจาะลึกธุรกิจ โบรกเกอร์ KS ได้วิเคราะห์สถานะปัจจุบันของ SCC โดยระบุว่าบริษัทมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 70% ซึ่งถือเป็น ผลบวก ที่ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดการผลิตได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มในส่วนของเครื่องจักรหลัก นอกจากนี้ SCC ยังนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานและประหยัดพลังงาน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในด้านการเติบโต บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทดแทนการนำเข้า โดยเน้นความทนทานต่อการกัดกร่อนและสภาพอากาศที่รุนแรง เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ข้อสังเกตจากการดำเนินงาน จากการประเมินของ KS พบว่ากลยุทธ์ของ SCC ในการร่วมมือกับลูกค้าเพื่อแก้ปัญหา (Co-creation) เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้บริษัทขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจปิโตรเคมีแบบดั้งเดิมไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ซึ่งต้องอาศัยเวลาและการยอมรับจากตลาด โดยนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ตัวเลขกำไรต่อหุ้น (EPS) ไว้ที่ 1.87 บาท สำหรับปี 2025 และ 2026 ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน สรุปคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ KS ให้คำแนะนำ “ถือ” โดยกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 276.00 บาท โดยมีมุมมองว่าการปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่สินค้าที่มีนวัตกรรมและโซลูชันเฉพาะทางจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยหนุนผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืน