Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AP บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

AP โชว์ยอดขายไตรมาส 3 แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มอสังหาฯ พร้อมลุ้นกำไรพุ่งทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4

ไฮไลท์สำคัญ: ยอดขายโตเด่นรับแรงหนุนจากแนวราบ บล.เอเซียพลัส (ASPS) เปิดเผยผลการดำเนินงานของ AP ในไตรมาส 3/2569 โดยมียอดขาย (Presale) สูงถึง 1.33 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็น ตัวเลขที่สูงสุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เติบโต 7.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 8.9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการเปิด 17 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.93 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายรวม 9 เดือนแรกของปีแตะ 3.69 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 75% ของเป้าหมายทั้งปีที่บริษัทวางไว้ เนื้อหา: เจาะลึก Backlog และแนวโน้มการเติบโต ปัจจุบัน AP มี Backlog แข็งแกร่งอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบถึง 2.78 หมื่นล้านบาท สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะมีการส่งมอบ 3 คอนโดมิเนียมใหม่เต็มไตรมาส ประกอบกับการเปิดโครงการแนวราบต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ ผลักดันให้กำไรในไตรมาส 4 มีโอกาสทำจุดสูงสุดของปี และเติบโตได้ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ามาร์จิ้นอาจยังถูกกดดันบ้างจากการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ข้อสังเกต: ความเสี่ยงที่ต้องจับตาและปัจจัยบวก นักวิเคราะห์มองว่าแม้ AP จะมีผลงานที่โดดเด่น แต่ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมที่อาจกระทบต่อการบริหารจัดการมาร์จิ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีจุดแข็งด้านวินัยทางการเงินและแผนการเปิดโครงการที่ชัดเจน โดยบล.เอเซียพลัส แนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 10.50 บาท (อิง PER 7 เท่า) โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตของกำไรรายไตรมาส สรุป: หุ้นเด่นปันผลสูงน่าสะสม โดยสรุป AP ถือเป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งทั้งในแง่ของยอดขายและทิศทางกำไรที่ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีความน่าสนใจในแง่ของผลตอบแทนจากเงินปันผล โดยคาดการณ์ Dividend Yield ปี 2569 อยู่ที่ 6.5% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.1% ในปี 2570 ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยจูงใจนักลงทุนในยามที่ตลาดมีความผันผวน