2026-10-12T19:07:14+00:00 iaa SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) SCC คาดกำไรปกติ Q3/26 อ่อนตัวลงจากปัจจัยฤดูกาลและต้นทุนเคมีภัณฑ์ ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) โดยคาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท ซึ่งแม้จะ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) จากผลกระทบของการปิดซ่อมบำรุงโรงงานและส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่แคบลง แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จะเห็นการเติบโตขึ้นเนื่องจากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อนหน้า ทั้งนี้ INVX คงคำแนะนำ "NEUTRAL" โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ไว้ที่ 276 บาทต่อหุ้น วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยกดดัน สำหรับไตรมาส 3/2569 กำไรปกติที่คาดว่าจะลดลง QoQ มีสาเหตุหลักจาก 1) ผลขาดทุนของโครงการ LSP ในเวียดนามที่เพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านบาท 2) ส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ (HDPE, PP, PVC) ปรับตัวลดลง 14-27% 3) ค่าใช้จ่ายในการเริ่มเดินเครื่องโรงงาน ROC และ 4) การขาดรายได้เงินปันผลจาก Toyota และ Kubota ที่เคยได้รับในไตรมาส 2 ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะอ่อนตัวลงอีกจากการปิดซ่อมบำรุงโรงงาน MOC ตามแผน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกลยุทธ์เร่งปรับปรุงโรงงาน LSP เพื่อรองรับการใช้ก๊าซอีเทน ซึ่งจะช่วย ลดต้นทุนการผลิตได้มากกว่า 200 ดอลลาร์ต่อตัน และคาดว่าจะสร้างกำไรได้ราว 6 พันล้านบาทต่อปีเมื่อเดินเครื่องเต็มรูปแบบ ข้อสังเกตด้านการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่าส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ได้ผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้วในไตรมาส 2/2569 ทำให้ภาพรวมการเติบโตในระยะสั้นยังคงมีความท้าทายจากภาวะอุปทานล้นตลาด ทั้งในธุรกิจเคมีภัณฑ์และธุรกิจซีเมนต์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบที่อาจสูงขึ้น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความไม่แน่นอนด้านอุปทานวัตถุดิบสำหรับโรงงานในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม การเร่งโครงการปรับปรุงโรงงานเพื่อใช้ก๊าซอีเทนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนในระยะยาว สรุปภาพรวม SCC ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยใช้กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนวัตถุดิบเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มมาร์จิ้น แม้ผลประกอบการในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2569 จะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่การลงทุนในโครงการ LSP จะเป็นแรงหนุนสำคัญในอนาคต โดย INVX ประเมินราคาเป้าหมายอิงวิธี SOTP ไว้ที่ 276 บาท นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังจากปัจจัยเสี่ยงด้านอุปสงค์ที่อ่อนแอและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงกดดันธุรกิจวัสดุก่อสร้างในประเทศ