Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa STA บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

STA รับอานิสงส์ราคายางพุ่งสูงสุดรอบ 13 ปี โบรกฯ แนะซื้อเป้า 27 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ได้รับแรงหนุนสำคัญจากราคายางธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี โดยโบรกเกอร์ LHS คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 822 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 197.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้จะชะลอตัวลงเล็กน้อย 8.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากปริมาณขายที่ลดลงตามฤดูกาลและมาร์จิ้นธุรกิจถุงมือยางที่กลับสู่ระดับปกติ เจาะลึกผลประกอบการและการลงทุน ธุรกิจยางธรรมชาติถือเป็น Key Driver หลัก ที่ช่วยพยุงผลประกอบการ โดยราคาขายเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.0% QoQ มาอยู่ที่ 73.1 บาท/กก. ซึ่งช่วยชดเชยปริมาณขายที่ลดลงได้เป็นอย่างดี จากอุปทานที่ตึงตัวตามฤดูกาลปิดกรีดในอินโดนีเซียและการย้ายคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มยางล้อมายังผู้ผลิตไทย ในส่วนของธุรกิจถุงมือยางนั้นมีทิศทางชะลอตัวลงเล็กน้อยจากปริมาณขายที่ลดลง 3.5% QoQ และแรงหนุนด้านราคาจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่เริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ GPM ของธุรกิจถุงมือยางอ่อนตัวลงจากการรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ นักวิเคราะห์จาก LHS ตั้งข้อสังเกตว่าการปรับขึ้นของราคายางพาราในปัจจุบันขับเคลื่อนจาก Cost-Push (ภาวะอุปทานตึงตัว) มากกว่า Demand-Pull ดังนั้นกำไรที่เพิ่มขึ้นจึงไม่ได้ส่งผ่านเป็นกำไรสุทธิทั้งหมด เนื่องจากต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG โดยได้รับคะแนนระดับ AAA จาก SET ESG Ratings ซึ่งสะท้อนถึงความยั่งยืนในการดำเนินงานระยะยาว สรุปคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ LHS คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 27.00 บาทต่อหุ้น อ้างอิงวิธีคิดจากค่า PER ที่ 12.80 เท่า (+1.25SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) เพื่อสะท้อนอานิสงส์จากราคายางพาราที่ทำจุดสูงสุดใหม่ พร้อมคาดการณ์เงินปันผลปี 2569 ที่ 1.0 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 4.8% ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับจากการฟื้นตัวของธุรกิจยางธรรมชาติ