2026-10-12T19:06:46+00:00 iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หยวนต้าชี้ TU กำไร 3Q26 โตเด่น รับอานิสงส์ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารกระป๋อง ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้น TU (ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป) โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นเป็น 16.00 บาท (จากเดิม 12.80 บาท) อิงค่า PER ที่ 12.5 เท่า โดยมองว่าผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจหลัก แม้จะมีความกังวลเรื่องต้นทุนราคาทูน่าในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการสต็อกและได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าช่วยลดผลกระทบได้ วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต หยวนต้าคาดการณ์กำไรปกติใน Q3/2569 อยู่ที่ 1,420 ล้านบาท เติบโต +4.3% QoQ และ +17.4% YoY โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจอาหารกระป๋อง (Ambient) และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตได้ดี แม้ว่าราคาทูน่าจะทำจุดสูงสุดในเดือนกันยายนที่ US$2,200–2,300 ต่อตัน แต่คาดว่าจะเริ่มปรับตัวลดลงหลังจากเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ทั้งนี้บริษัทได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569–2570 ขึ้น 18% และ 4% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ทำได้ดีกว่าคาด โดยคาดการณ์ GPM ใน Q3/2569 จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 20.7% ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้กำไรปกติใน Q4/2569 อาจมีแนวโน้มชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากผลกระทบของต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว แต่ภาพรวมยังคงเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) นอกจากนี้ยังมี Upside Risk ที่สำคัญจากดีลการควบรวมกิจการ (M&A) ของบริษัทลูกอย่าง ITC หากสามารถปิดดีลได้สำเร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ จะส่งผลบวกต่อประมาณการกำไรของ TU ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนสถานะทางการเงินของบริษัทมี Net Gearing อยู่ที่ 111.2% ในปี 2569 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ สรุปคำแนะนำการลงทุน หยวนต้าคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside gain สูงถึง 29% เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายใหม่ที่ 16.00 บาท นอกจากนี้ TU ยังมีความน่าสนใจในด้านเงินปันผล โดยคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อยู่ที่ 3% และปี 2570 สูงถึง 7% ถือเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งและมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจผ่านกลยุทธ์ M&A ในอนาคต