Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

SCC มองข้ามกำไรไตรมาส 3 สู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่พร้อมลุยโครงการใหม่ปี 2570

สรุปภาพรวมผลประกอบการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินผลการดำเนินงานของ SCC ในงวด 3Q69 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,748 ล้านบาท ซึ่งแม้จะปรับตัวลดลง 68% จากไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากธุรกิจเคมิคอลที่ Spread ของ PE, PP และ PVC อ่อนตัวลง รวมถึงภาระต้นทุนคงที่จากโรงงาน LSP ที่หยุดดำเนินงาน แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนถือว่าเป็นการ Turnaround กลับมามีกำไร ได้อย่างโดดเด่น สะท้อนความสำเร็จจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ทั้งการลดหนี้ การเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม และการใช้พลังงานสะอาด มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย ฝ่ายวิจัย ASPS แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 310 บาทต่อหุ้น อิงวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) โดยมองว่า 3Q69 อาจเป็นจุดต่ำสุดของปี และคาดการณ์โมเมนตัมกำไรจะทยอยฟื้นตัวใน 4Q69 จากการกลับมาเดินเครื่องโรงงาน ROC และการเติมสต๊อกสินค้าของลูกค้าในช่วงปลายปี สำหรับปี 2570 ถือเป็นปีแห่งการเติบโตสำคัญจากการเร่งโครงการ LSPE (Ethane Conversion) ให้เสร็จเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วย ลดต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการร่วมทุนกับ PTTGC ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์และเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาวัตถุดิบ ข้อสังเกตด้านการดำเนินงานและ ESG แม้ธุรกิจหลักจะเผชิญความผันผวนของวัฏจักรอุตสาหกรรม แต่บริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้นจากการปรับโครงสร้างธุรกิจซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง (CBM) และ SCGP ที่ช่วยประคองผลประกอบการได้ดี ในด้าน ESG บริษัทได้รับคะแนนในระดับดีเยี่ยม โดยมีแผนงานที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ซึ่งการเพิ่มสัดส่วนสินค้ารักษ์โลกและปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ แต่ยังช่วย เพิ่มเสถียรภาพด้านต้นทุนและอัตรากำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่และการบริหารเงินลงทุนในต่างประเทศที่อาจส่งผลต่อผลตอบแทน สรุปภาพรวมสถานะทางการเงิน SCC กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยมีฐานกำไรที่สมดุลมากขึ้นจากการลดความซ้ำซ้อนของการลงทุนและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 24,229 ล้านบาท และปี 2570 ที่ 22,933 ล้านบาท โดยมองว่าความสำเร็จในการเปลี่ยน Feedstock ของโรงงาน LSP มาใช้ Ethane จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเคมิคอลกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง ถือเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นเพื่อรับการฟื้นตัวของวัฏจักรธุรกิจ