Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTTEP บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

PTTEP คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 69 ชะลอตัว แนะกลยุทธ์เทรดตามรอบราคาน้ำมัน

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ PTTEP ในไตรมาส 3/2569 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิจะอยู่ที่ประมาณ 2.0 หมื่นล้านบาท ลดลง 26.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงกดดันจากทั้งกำไรปกติที่ปรับตัวลดลงและรายการพิเศษที่พลิกกลับมาเป็นค่าใช้จ่าย โดยฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำให้เน้นการลงทุนแบบ Trading ตามรอบราคาน้ำมันในช่วงสั้น และรอจังหวะสะสมเพื่อรับเงินปันผลในช่วงงบไตรมาส 4/2569 โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ไว้ที่ 170 บาทต่อหุ้น รายละเอียดผลการดำเนินงาน สำหรับกำไรปกติในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 9.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากปริมาณขายปิโตรเลียมที่ลดลงเหลือ 5.25 แสนบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงในหลายโครงการและปัญหาทางเทคนิคในโครงการมาเลเซีย SABA-K รวมถึงราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง 2.1% มาอยู่ที่ 51.8 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ยังมีรายการพิเศษที่เป็นค่าใช้จ่ายราว 2.1 พันล้านบาท จากการบันทึกขาดทุนใน Oil Price Hedging ซึ่งต่างจากไตรมาสก่อนหน้าที่เคยบันทึกเป็นกำไร ข้อสังเกตและความเสี่ยง ฝ่ายวิจัยระบุว่าบริษัทมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาในครึ่งหลังของปี 2569 คือ การทดสอบการด้อยค่าสินทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการ Mozambique LNG ที่อาจมีการเลื่อนการผลิตเชิงพาณิชย์ออกไปเป็นปี 2572 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในไตรมาส 3 หรือ 4 นอกจากนี้ยังมีประเด็นความเสี่ยงด้านการผลิตที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การหยุดผลิตฉุกเฉิน และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะได้แรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 5.48 แสนบาร์เรลต่อวัน หลังโครงการต่างๆ กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ บทสรุปการลงทุน ในภาพรวม PTTEP ยังคงเป็นหุ้นที่มีฐานกำไรแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง โดยได้รับการรับรอง SET ESG Ratings ที่ระดับ AAA ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและน่าเชื่อถือ สำหรับนักลงทุนระยะสั้นแนะนำให้ เน้นการซื้อขายตามรอบราคาน้ำมัน และติดตามสถานการณ์การผลิตอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 170 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าช่วงงบไตรมาส 4/2569 จะเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการกลับมาสะสมหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากเงินปันผล