Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

จับตาดีลยักษ์ปิโตรเคมี SCC ผนึกกำลัง PTTGC ยกระดับศักยภาพธุรกิจ

ความคืบหน้าโครงการร่วมทุน Olefins และ Polyolefins บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด รายงานความคืบหน้ากรณี SCGC ในเครือ SCC และ PTTGC ได้ลงนาม MOU เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนธุรกิจ Olefins และ Polyolefins โดยปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบสถานะกิจการ (Confirmatory Due Diligence) และเจรจารายละเอียด โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องโครงสร้างการถือหุ้นและมูลค่าสินทรัพย์ภายในเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าเป็น ผลบวกต่อกลยุทธ์ระยะยาว เนื่องจากเป็นการผสานจุดแข็งด้านวัตถุดิบต้นน้ำของ PTTGC เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ (HVA) ของ SCGC เพื่อเพิ่ม Economy of Scale และความยืดหยุ่นในการผลิต มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย หยวนต้าคงคำแนะนำ "TRADING" สำหรับหุ้น SCC โดยกำหนดราคาเหมาะสมที่ 290.00 บาท ซึ่งมี Upside ประมาณ 14.2% จากราคาปิด ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 19,051 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ 19,135 ล้านบาท สำหรับปัจจัยบวกที่ต้องติดตามคือโครงการ LSPE ที่มีความคืบหน้ากว่า 60% ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ Ethane ที่มีต้นทุนต่ำกว่า Naphtha ช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยรวม ข้อสังเกตด้านการเงินและการดำเนินงาน ในเชิงโครงสร้างการเงิน SCC มีสถานะ Net Gearing ที่ปรับตัวดีขึ้นจาก 70.7% ในปี 2568 คาดว่าจะลดลงเหลือ 61.1% ในปี 2569 และ 56.3% ในปี 2570 สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น นอกจากนี้ Core EPS Growth มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 207.4% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังไม่ได้รวมมูลค่าจากดีลร่วมทุนนี้ไว้ในประมาณการ เนื่องจากรอความชัดเจนของโครงสร้างสินทรัพย์และมูลค่า Synergy ที่จะเกิดขึ้นจริง สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป SCC ยังคงเป็นหุ้นที่น่าจับตาจากความพยายามปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาค แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในสถานะ TRADING แต่การร่วมมือกับ PTTGC ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดความผันผวนของต้นทุนและเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (HVA) ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไรในระยะยาว นักลงทุนควรติดตามความชัดเจนของดีลดังกล่าวในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อประเมินผลกระทบต่อมูลค่าพื้นฐานของบริษัทอย่างใกล้ชิด