Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CPAXT บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

CPAXT เผยผลงานไตรมาส 3 ปี 2569 สะดุดจากการตั้งสำรองปิดสาขา

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ PI ออกบทวิเคราะห์หุ้น CPAXT โดยคงคำแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมาย 15.00 บาท หลังคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 จะมีผลขาดทุนสุทธิ 22 ล้านบาท จากเดิมที่มีกำไร 1.8 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก การตั้งสำรองพิเศษจากการปิดสาขา Lotus’s Go Fresh และสาขาในกัมพูชา รวมถึงผลขาดทุนจากโครงการ Happitat และค่าใช้จ่ายในการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor ในมาเลเซีย รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท เจาะลึกเนื้อหาและผลประกอบการ ในส่วนของกำไรปกติคาดว่าจะอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท (-14% YoY, -13% QoQ) โดยธุรกิจค้าส่ง (Makro) มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อขยายขีดความสามารถด้าน Last-mile delivery แม้รายได้จะโตจาก SSSG ในไทยที่ +1% ส่วนธุรกิจค้าปลีก (Lotus’s) ได้รับผลกระทบจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ทำให้ SSSG ติดลบ 4-6% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการบริหารจัดการสต็อกสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มในไตรมาส 4 ปี 2569 ยังคงมีความท้าทาย แม้คาดว่า SSSG จะฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน แต่บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากยอดขายที่หายไปหลังการปิดสาขา Lotus’s Go Fresh ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 7% ของพื้นที่ขายรวม หรือเกือบ 1 พันสาขาตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ (Portfolio Optimization) นอกจากนี้ โครงการ Happitat ที่เปิดให้บริการเมื่อเดือน ส.ค. ยังคงรับรู้ผลขาดทุนราว 500 ล้านบาทในปีนี้ ส่วนสรุป โบรกเกอร์ PI ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 15.00 บาท โดยใช้วิธี PE Multiple ที่ 15 เท่าของปี 2570 ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์ไทย โดยมองว่าปัจจัยกดดันจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด