2026-10-07T19:12:14+00:00 iaa CPAXT บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) CPAXT คาดงบไตรมาส 3/69 พลิกขาดทุนจากรายการพิเศษ ก่อนลุ้นฟื้นตัวแรงในไตรมาส 4 ไฮไลท์สำคัญ: ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างสาขา ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินผลประกอบการของ CPAXT ในไตรมาส 3/2569 ว่ามีโอกาส ขาดทุนสุทธิ 346 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงถึง 118% ทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก การบันทึกขาดทุนพิเศษจากการปิดสาขา Lotus ขนาดเล็ก (Lotus’s Go Fresh) ที่ไม่ทำกำไร มูลค่าราว 2.0 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 1.65 พันล้านบาท ลดลง 11-12% จากผลกระทบของฤดูกาลและค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจ เจาะลึกเนื้อหา: ปัจจัยกดดันกำไรปกติและแนวโน้มการเติบโต กำไรปกติที่หดตัวลงในไตรมาสนี้มีปัจจัยลบจาก 1) ยอดขายที่ลดลง 2% QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝนและการปิดสาขา Lotus รวมถึงการไม่ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 2) ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.4% จากการเปิดห้าง Happitat และการลงทุนขยายระบบขนส่งสินค้า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าส่ง (Makro) ยังคงมีความแข็งแกร่งด้วยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโต 1% ส่วนธุรกิจค้าปลีก (Lotus) คาดว่า SSSG จะติดลบ 5% ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่า กำไรจะกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2569 จากผลของฤดูกาลและการรับรู้ผลบวกจากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรไปแล้วในไตรมาสนี้ ข้อสังเกต: การปรับประมาณการและมุมมองการลงทุน จากแนวโน้มยอดขายที่ชะลอตัวและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด ฝ่ายวิจัยจึงได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ลง 1-5% โดยคาดกำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 9.3 พันล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายปี 2570 ลงเหลือ 14.90 บาท (จากเดิม 15.70 บาท) โดยใช้วิธีอิง PER ที่ระดับ 15.6 เท่า ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำเพียง "Trading" เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นในระยะสั้นอาจถูกกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส 3/2569 ส่วนสรุป: สัญญาณบวกในระยะยาว แม้ไตรมาส 3/2569 จะเป็นช่วงที่บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ในภาพรวมถือเป็นการเคลียร์สินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ออกไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรในอนาคต สำหรับนักลงทุนที่สนใจควรติดตามการฟื้นตัวของกำไรในไตรมาส 4/2569 เป็นสำคัญ โดยมีแนวรับที่ 13.20-13.60 บาท และแนวต้านที่ 14.50-14.90 บาท ตามการวิเคราะห์ของ บล.เอเซียพลัส