Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

BDMS จ่อทุบสถิติใหม่กำไรไตรมาส 3/69 โบรกฯ ชี้พื้นฐานแกร่งหนุนราคาเป้าหมาย 23 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS มีแนวโน้มทำผลงานโดดเด่นในไตรมาส 3/2569 โดยคาดการณ์กำไรหลักจะพุ่งแตะระดับ 4.6 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายน แต่ผลกระทบจำกัดเพียงระยะสั้นและไม่กระทบต่อภาพรวมการเติบโตของทั้งไตรมาส รายละเอียดผลประกอบการและการวิเคราะห์ บล.บัวหลวง (BLS) ระบุว่าการเติบโตในไตรมาส 3/69 ได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การระบาดของไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 ที่รุนแรงตามฤดูกาล 2) ฐานรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้นจากธุรกิจในกัมพูชา และ 3) การฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากเมียนมา เยอรมนี และสหรัฐฯ นอกจากนี้ สัดส่วนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางยังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คาดการณ์ EBITDA margin จะฟื้นตัวสู่ระดับ 25% จาก 22.7% ในไตรมาส 2/69 เนื่องจากสัดส่วนเคสการรักษาที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ BLS คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2570 ที่ 23 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่าหุ้นด้วยค่า PER ที่ 21 เท่า ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม สำหรับประเด็นน้ำท่วม แม้จะทำให้เกิดการเลื่อนนัดหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งคิดเป็น 54% ของรายได้โรงพยาบาล แต่ผลกระทบต่อกำไรหลักประเมินไว้เพียง 25-70 ล้านบาท หรือประมาณ 0.5-1.5% ของประมาณการไตรมาส 3/69 เท่านั้น โดยคาดว่าเคสที่เลื่อนออกไปจะกลับมาใช้บริการในเดือนตุลาคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่องสู่ไตรมาส 4/69 นอกจากนี้ นักลงทุนควรจับตาการรุกธุรกิจ "Well Care" หรือ WellEra ที่บริษัทมุ่งหวังให้เป็นเครื่องยนต์การเติบโตตัวใหม่ นอกเหนือจากการรักษาพยาบาลแบบเดิม (Sick Care) สรุปภาพรวมการลงทุน ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 คาดว่าจะคิดเป็น 73.2% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 1.63 หมื่นล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยในอดีต ปัจจุบันหุ้น BDMS ถือว่ามีมูลค่าที่ไม่แพง โดยมีค่า PER ปี 2570 อยู่ที่ 17.4 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีของบริษัทอย่างมาก จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนเพื่อรับการเติบโตที่ต่อเนื่องทั้งจากผู้ป่วยไทยในช่วงไฮซีซันและผู้ป่วยต่างชาติที่ยังคงขยายตัวได้ดี