Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

CK รับอานิสงส์โครงการบริหารจัดการน้ำภาครัฐ ลุ้นกำไรไตรมาส 3/69 โดดเด่น

ไฮไลท์สำคัญ: โอกาสเติบโตจากเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า CK ได้รับผลบวกโดยตรงจากโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ของภาครัฐ วงเงิน 1.65 แสนล้านบาท โดยเฉพาะโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากงานก่อสร้างระบบรางและคมนาคมเดิม ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่มีแนวโน้มขยายตัวในระยะยาว ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสรับงานใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนเนื้อหา: แนวโน้มผลประกอบการและสถานะโครงการ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/69 คาดจะเป็นไตรมาสที่โดดเด่นที่สุดของปี โดยประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 1.0-1.2 พันล้านบาท ได้แรงหนุนจากรายได้ก่อสร้างที่แข็งแกร่ง รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก BEM และ CKP ที่ทำจุดสูงสุดตามฤดูกาล ประกอบกับการรับรู้เงินปันผลจาก TTW และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น BEM ราว 281 ล้านบาท ในส่วนของโครงการหลัก อาทิ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก รถไฟทางคู่ และโครงการหลวงพระบาง ยังคงเดินหน้าได้ตามแผน แม้จะมีสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานก่อสร้างและการรับรู้รายได้จาก Backlog แต่อย่างใด ข้อสังเกต: ความเสี่ยงและการบริหารจัดการ แม้ธุรกิจก่อสร้างจะมีปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และความปลอดภัยในไซต์งาน แต่ CK มีการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานระดับสากล โดยได้รับ ESG Rating ในระดับ “AA” จากตลาดหลักทรัพย์ฯ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความซับซ้อนของโครงการภาครัฐและการควบคุมต้นทุนในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อกำไรขั้นต้นของบริษัท ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส แนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 24.00 บาท ด้วยวิธี SOTP โดยมองว่า CK เป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ด้วยโครงสร้างรายได้ที่สมดุลระหว่างธุรกิจก่อสร้างและเงินลงทุนในบริษัทลูก (BEM, CKP, TTW) ทำให้บริษัทมีความพร้อมรองรับการเติบโตได้อีกหลายปีและมี Upside จากโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยเปิดประมูลในช่วงปี 2570-2571